ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี
อาจารย์ทิศาปาโมกข์คนหนึ่งสอนศิลปะแก่มาณพห้าร้อยคนในพระนครพาราณสี วันหนึ่งคิดว่า เราอยู่ในที่นี้มีความกังวล แม้มาณพทั้งหลายก็จะไม่สำเร็จการศึกษา เราจะเข้าป่าเขตถิ่นหิมพานต์ อยู่ในที่นั้นบอกศิลปะ. อาจารย์ทิศาปาโมกข์นั้นบอกแก่พวกมาณพ แล้วให้ขนงา ข้าวสาร น้ำมันและผ้าเป็นต้น เข้าป่าให้สร้างบรรณศาลาอยู่ในที่ไม่ไกลจากหนทาง แม้พวกมาณพก็สร้างบรรณศาลาของตนๆ พวกญาติของมาณพทั้งหลายต่างก็ส่งน้ำมันและข้าวสารเป็นต้น.
แม้ชาวแว่นแคว้นก็พูดว่า ได้ยินว่า อาจารย์ทิศาปาโมกข์อยู่ในป่าแห่งโน้นให้มาณพเรียนศิลปะ ดังนี้ ต่างก็นำข้าวสารเป็นต้นไปให้ แม้ผู้ที่เดินทางกันดารก็นำไปให้ บุรุษคนหนึ่งได้ให้แม่โคนมพร้อมด้วยลูกโค เพื่อประโยชน์ที่อาจารย์ทิศาปาโมกข์จะได้ดื่มน้ำนม.
ณ ที่ใกล้บรรณศาลาของอาจารย์ มีเหี้ยตัวหนึ่งอยู่กับลูกอ่อนสองตัว แม้ราชสีห์และเสือโคร่งก็มาสู่ที่บำรุงอาจารย์นั้น นกกระทาตัวหนึ่งได้มาอยู่ ณ ที่นั้นเป็นประจำ นกกระทาตัวนั้นได้ยินเสียงอาจารย์กำลังบอกมนต์แก่มาณพทั้งหลาย จึงเรียนเวทย์ได้ทั้งสาม มาณพทั้งหลายก็ได้คุ้นเคยกับนกกระทานั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที