ครั้งนั้น เจ้าพี่องค์ใหญ่ของพระองค์พระนามว่า อุโบสถกุมาร ตรัสเรียกพระเจ้าน้องที่เหลือมา ตรัสว่า พ่อทั้งหลาย ผู้เป็นพระราชา ก็ไม่มีผู้สามารถจะย่ำยีได้. อนึ่งเล่า เจ้าน้องของพวกเราองค์นี้ มิได้ตั้งตน แม้แต่จะเป็นศัตรูตอบ ส่งพระราชสมบัติของบิดาให้พวกเรา ส่งสาส์นมาด้วยว่า ฉันไม่ขอต่อรบกับเจ้าพี่. ก็แล พวกเราเล่าจักยกเศวตฉัตรขึ้นในขณะเดียวกัน ทุกคนไม่ได้ พวกเราให้เศวตฉัตรแก่เธอองค์เดียวก็แล้วกัน เจ้าน้องนี้เท่านั้นจงเป็นพระราชา มาเถิดเธอทั้งหลาย พวกเราพากันไปพบเธอ มอบราชทรัพย์ แล้วพากันไปสู่ชนบทของพวกเรา ดังเดิม.
ครั้งนั้น พระกุมารแม้ทั้งหมดนั้นก็ให้เปิดประตูเมือง มิได้เป็นศัตรูเลย พากันเข้าสู่พระนคร. ฝ่ายพระราชาตรัสสั่งให้พวกอำมาตย์คุมสักการะเพื่อพระกุมารเหล่านั้น ทรงส่งสวนทางไป. พระกุมารทรงพระดำเนินมาด้วยบริวารเป็นอันมาก ขึ้นสู่พระราชวัง แสดงอาการนอบน้อมแด่พระเจ้าสังวรมหาราช พากันประทับนั่งเหนืออาสนะต่ำ. พระเจ้าสังวรมหาราชทรงประทับนั่งเหนือสีหาสนะ ภายใต้เศวตฉัตร พระยศใหญ่ พระสิริโสภาคอันใหญ่ได้ปรากฏแล้ว สถานที่ที่ทอดพระเนตรแล้วๆ ระยิบระยับไป.
พระอุโบสถกุมารทอดพระเนตรเห็นสิริสมบัติของพระเจ้าสังวรมหาราช แล้วทรงพระดำริว่า พระราชบิดาของพวกเรา ทรงทราบความที่สังวรกุมารได้เป็นพระราชา. เมื่อพระองค์ล่วงลับไป จึงประทานชนบทอื่นๆ แก่พวกเรา มิได้ประทานแก่สังวรกุมารนี้.
เมื่อจะทรงปราศรัยกับพระเจ้าสังวรมหาราชนั้น ได้ตรัสพระคาถา ๓ คาถาว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที