บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น มํ สีตํ น มํ อุณฺหํ ความว่า ปลาทั้งหลายย่อมมีความหนาว ในเวลาถูกนำออกไปจากน้ำ เมื่อความหนาวนั้นปราศจากไป ความร้อนย่อมมี. ปลาหมายเอาความหนาวและความร้อนแม้ทั้งสองนั้น จึงคร่ำครวญว่า ความหนาว ความร้อน ย่อมไม่เบียดเบียนเรา. ปลาหมายเอาความทุกข์ ซึ่งมีการปิ้งบนถ่านไฟ ที่จักมีขึ้นแม้นั้น จึงคร่ำครวญว่า ความร้อนจะไม่เบียดเบียนเรา.

ด้วยบทว่า น มํ ชาลสฺมิ พาธนํ นี้ ปลาย่อมคร่ำครวญว่า การที่ได้ติดอยู่ในแหแม้นั้น ก็ไม่เบียดเบียนเรา.

ในบทว่า ยญฺจ มํ ดังนี้เป็นต้นไป มีประมวลความดังต่อไปนี้ :-

นางปลานั้นไม่รู้ว่า เราผู้ติดอยู่ในแห ถูกพวกประมงเหล่านี้จับเอาไป เมื่อไม่เห็นเรา ก็จะคิดว่า บัดนี้ ปลาใหญ่นั้นจักติดนางปลาตัวอื่นด้วยความยินดีในกาม การที่นางปลานั้นผู้ถึงความโทมนัสคิดดังนั้น ย่อมเบียดเบียนเรา เพราะเหตุนั้น ปลาใหญ่นั้นจึงนอนคร่ำครวญอยู่บนหลังทราย.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๕๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มัจฉชาดก”