ขณะนั้น ทวยนาครก็เดือดร้อนโกลาหลว่า พระราชาและนางเทวีทรงสละราชสมบัติออกทรงผนวชแล้ว พวกเราจักทำอะไรในพระนครนี้. แต่นั้นประชาชนทั้งหลายต่างก็ละทิ้งเคหสถานทั้งที่ยังมีสมบัติเต็มบริบูรณ์ จูงลูกหลานออกไป (โดยเสด็จพระราชเทวี). เรือนโรง ร้านตลาดก็มีสิ่งของวางอยู่เกลื่อนกลาด โดยนิยามที่วางแบแผ่ไว้ จะมีผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งจะเหลียวกลับมาแลดูก็มิได้มี. พระนครทั้งสิ้นว่างเปล่าปราศจากผู้คน.
ฝ่ายพระนางเทวีทรงพาบริวารมีประมาณ ๓ โยชน์เป็นกำหนด เสด็จไปในสำนักของหัตถิปาลกุมารนั้นแหละ. หัตถิปาลกุมารนั่งบนอากาศแสดงธรรม แม้แก่บริษัทนั้นแล้วพาบริษัทมีประมาณ ๑๒ โยชน์นั้น บ่ายหน้าไปสู่หิมวันตประเทศ
ทวยนาครชาวกาสิกรัฐก็ระบือกันกระฉ่อนไปว่า ได้ยินว่าหัตถิปาลกุมารรวบรวมบริษัทได้ถึง ๑๒ โยชน์ กระทำพระนครพาราณสีให้ว่างเปล่า พามหาชนไปสู่หิมวันตประเทศ ด้วยคิดว่าจักบวช พวกเราจะอยู่ไปไยในเมืองนี้. ในเวลาต่อมา บริษัทก็ได้เพิ่มประมาณถึง ๓๐ โยชน์. หัตถิปาลกุมารก็ไปยังป่าหิมพานต์พร้อมด้วยบริษัทนั้น.
ท้าวสักกเทวราชทรงรำพึงดู รู้พฤติเหตุนั้นแล้วทรงดำริว่า หัตถิปาลกุมารออกสู่มหาภิเนษกรมณ์แล้ว จักเป็นสมาคมใหญ่ยิ่ง ควรที่บริษัททั้งหลายจักได้ที่อยู่ จึงทรงบังคับวิสสุกรรมเทพบุตรว่า ไปเถิดวิสสุกรรมเทพบุตร เธอจงเนรมิตอาศรมยาว ๓๖ โยชน์กว้าง ๑๕ โยชน์ แล้วจัดแจงบริขารของบรรพชิตไว้ให้เสร็จบริบูรณ์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที