บทว่า ยมททฺสาถ ความว่า อาวุโสทั้งหลาย พระศาสดาถูกทูลถามอย่างนี้แล้ว เมื่อจะตรัสบอกเหตุที่พระองค์ทรงทำการแย้ม ทรงชี้ภิกษุณีสาวรูปหนึ่ง ตรัสอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพบหรือเห็นนางกุมาริกานี้ใดซึ่งกำลังรุ่นสาว ครองผ้ากาสาวพัสตร์ เข้าถึงคือบวชประพฤติอนาคาริยวัตร ในพระศาสนานี้ นางกุมาริกานั้นคือพระนางสุภัททาราชกัญญาในคราวนั้น ซึ่งใช้นายพรานโสณุดรไปว่า เจ้าจงเอาลูกศรอาบด้วยยาพิษไปยิงฆ่าพญาช้างเสีย คราวนั้นเราเป็นพญาช้างผู้ซึ่งนายพรานโสณุดรไปยิงให้ถึงสิ้นชีวิต.
บทว่า เทวทตฺโต ความว่า ภิกษุทั้งหลาย นายพรานโสณุดรในครั้งนั้นได้มาเป็นพระเทวทัต ในบัดนี้. บทว่า อนาวสูรํ ตัดบทเป็น น อวสูรํ แปลว่า ชั่วพระอาทิตย์ยังไม่อัสดงคต. บทว่า จิรรตฺตสํสิตํ ความว่า นับแต่กาลอันยาวนานนี้ ทรงท่องเที่ยวไปแล้ว คือทรงแล่นไปแล้ว ได้แก่ทรงประพฤติมาแล้วโดยลำดับ ในที่สุดแห่งโกฏิกัปมิใช่น้อย.
ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระพุทธเจ้า ชื่อว่าทรงปราศจากความกระวนกระวาย เพราะทรงปราศจากกิเลสมีราคะเป็นต้น ชื่อว่าทรงปราศจากความเศร้าโศก เพราะไม่มีความเศร้าโศก อันเกิดแต่ญาติและทรัพย์เป็นต้น ชื่อว่าปราศจากลูกศร เพราะปราศจากลูกศร มีลูกศรคือราคะเป็นต้น รู้ชัดด้วยพระองค์เองแล้ว ได้ตรัสเรื่องนี้ อันเป็นของเก่า (ชั่วพระอาทิตย์ยังไม่อัสดงคต) นับแต่กาลอันนานนี้ แม้ที่ทรงท่องเที่ยวไป ในที่สุดแห่งโกฏิกัปมิใช่น้อย อันชื่อว่าเป็นพระจรรยาทั้งสูงทั้งต่ำ เพราะทรงสูงด้วยสามารถแห่งบุรพจรรยาของพระองค์ และเพราะต่ำด้วยสามารถแห่งจรรยาของพระนางสุภัททาราชธิดา และนายพรานโสณุดร ดุจทรงระลึกได้ถึง
“ สิ่งที่กระทำด้วยความหลง ด้วยปราศจากความหลง สิ่งที่กระทำเวลาเช้าได้ ในตอนเย็นวันนั้น ทีเดียว.”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที