ในวาระที่สี่ พระโพธิสัตว์เรียกกาลเทวลดาบสมาสั่งไปว่า ท่านกาลเทวละ ในแคว้นอวันตี ในทักขิณาชนบท มีภูเขาชื่อฆนเสลบรรพต ท่านจงเข้าไปอาศัยฆนเสลบรรพตนั้นอยู่เถิด อาศรมในกปิฏฐวันก็เต็มบริบูรณ์อีก ในสถานที่ทั้ง ๕ แห่งได้มีหมู่ฤาษีจำนวนแสนเศษ.
ส่วนกีสวัจฉดาบส อำลาพระมหาสัตว์ เข้าไปอาศัยท่านเสนาบดีอยู่ในพระราชอุทยาน ในกุมภวดีนคร แว่นแคว้นของพระเจ้าทัณฑกีราช. ท่านนารทดาบสไปอยู่ที่เวิ้งเขาชื่ออัญชนคิรีในมัชฌิมประเทศ ส่วนอนุสิสสดาบสคงอยู่ในสำนักของพระมหาสัตว์นั่นเอง.
กาลครั้งนั้น พระเจ้าทัณฑกีราชทรงถอดหญิงแพศยาคนหนึ่ง ซึ่งได้สักการะแล้วจากตำแหน่ง นางเที่ยวไปตามธรรมดาของตน เดินไปสู่พระราชอุทยานพบท่านกีสวัจฉดาบส คิดว่า ดาบสผู้นี้คงจักเป็นคนกาลกรรณี เราจักลอยตัวกลี ลงบนสรีระของดาบสผู้นี้ อาบน้ำก่อนจึงจักไป ดังนี้แล้ว จึงเคี้ยวไม้สีฟัน แล้วถ่มเขฬะหนาๆ ลงบนสรีระของท่านดาบสนั้น ก่อนที่อื่นทั้งหมด แล้วถ่มลงไประหว่างชฎา แล้วโยนไม้สีฟันไปบนศีรษะของท่านกีสวัจฉดาบสนั้นอีก ตนเองสนานเกล้าแล้วไป.
ต่อมาพระราชาทรงระลึกถึงนางแล้วจัดการสถาปนาไว้ตามเดิม. นางเป็นคนหลงงมงาย ได้ทำความสำคัญว่า เพราะเราลอยตัวกลีไว้บนสรีระของคนกาลกรรณี พระราชาจึงทรงสถาปนาเราไว้ในตำแหน่งเดิม เราจึงกลับได้ยศอีก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที