บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่สร้างบาปกรรม เพราะเหตุแห่งความสุขของตน สัตบุรุษทั้งหลายแม้อันทุกข์ถูกต้อง พลั้งพลาดลง ย่อมไม่ละธรรมเพราะความรักและความชัง.

บทว่า กาลคตํ ความว่า บุคคลใดเมื่อยังทานเป็นต้นเหล่านี้ให้ถึงพร้อมด้วยคิดว่า กาลนี้เป็นกาลควรให้ทาน เป็นกาลที่จะรักษาศีล เป็นกาลเข้าจำอุโบสถ เป็นกาลตั้งมั่นในสรณะ เป็นการกระทำบรรพชา เป็นกาลบำเพ็ญสมณธรรม เป็นวาระที่ควรบำเพ็ญวิปัสสนา ชื่อว่าย่อมไม่ริดรอน คือไม่ยังทางแห่งประโยชน์อันมาถึงโดยกาลให้เสื่อมไป.

บทว่า ตถาวิธํ ความว่า ดูก่อนท้าวสักกะ พระสัพพัญญูพุทธะก็ดี พระปัจเจกพุทธะก็ดี พระมหาสัตว์ก็ดี เมื่อจะกล่าวถึงคนมีปัญญา ย่อมกล่าวถึงบุคคลเห็นปานนี้.

ในบทว่า โย เว นั้น มีอธิบายดังนี้ บุคคลใดรู้จักคุณอันผู้อื่นทำแล้วแก่ตน ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญู อนึ่ง ครั้นรู้อย่างนี้แล้วทำการตอบแทนคุณของเขาที่ได้ทำคุณไว้แก่ตน ชื่อว่าเป็นผู้กตเวที.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๖,๖๑๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สรภังคชาดก”