บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โลกิตฺถิโย แปลว่า หญิงในโลก.

บทว่า เวลา ตาสํ น วิชฺชติ ความว่า คุณแม่ขอรับ หญิงเหล่านั้น กิเลสเกิดขึ้นแล้ว เวลา คือความสำรวมเขตแดนที่ชื่อว่าประมาณ ไม่มีเลย. เป็นหญิงกำหนัดหนัก คือติดใจในกามคุณทั้ง ๕ ทั้งเป็นผู้คะนอง เพราะประกอบด้วยความคะนอง ๓ ประการ คือ คะนองกาย คะนองวาจา และคะนองใจ. เพราะขึ้นชื่อว่าความสำรวมที่มาประจวบอารมณ์มีกายทวารเป็นต้น มิได้มีในภายในของหญิงเหล่านั้นเลย คือเป็นหญิงหลุกหลิก เปรียบได้กับจำพวกกา. พราหมณมาณพแสดงลักษณะหญิง ดังพรรณนามานี้.

บทว่า สิขี สพฺพฆโส ยถา ความว่า ธรรมดาไฟที่ถึงการนับว่าสิขี เพราะมีเปลวเป็นแฉกได้เชื้อใดๆ จะเป็นของไม่สะอาดมีประเภทเป็นต้นว่าคูถก็ตาม จะเป็นของสะอาดมีประเภทเป็นต้นว่า เนยใส น้ำผึ้ง น้ำอ้อยก็ตาม น่าปรารถนาบ้าง ไม่น่าปรารถนาบ้าง ก็แลบเลียกินหมดทุกอย่าง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า กินทุกอย่าง ฉันใด.

แม้หญิงทั้งหลายก็ฉันนั้นนั่นแหละ จะเป็นคนมีกำเนิดทราม มีการงานทราม เช่น คนเลี้ยงช้างเลี้ยงวัวเป็นต้นก็ตามเถิด จะเป็นคนมีกำเนิดสูง การงานสูง เช่นกษัตริย์เป็นต้นก็ตามเถิด มิได้คิดถึงความเลวทรามและความอุกฤษฏ์เลย เมื่อความชื่นชมด้วยอำนาจกิเลสบังเกิดขึ้น ด้วยสามารถแห่งความยินดีในโลก ได้คนประเภทไหนก็เสพได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหมือนกับไฟที่ไหม้ได้ทุกอย่าง.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๗๕๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อาสาตมันตชาดก”