ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ให้มาณพ ๕๐๐ คนเล่าเรียนศิลปะอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ.

ครั้นวันหนึ่ง มาณพเหล่านั้นพากันไปป่าเพื่อหาฟืนรวบรวมฟืนไว้ ในระหว่างมาณพเหล่านั้น มีมาณพผู้เกียจคร้านอยู่คนหนึ่ง เห็นต้นกุ่มใหญ่ สำคัญว่า ต้นไม้นี้เป็นต้นไม้แห้ง คิดว่านอนเสียชั่วครู่หนึ่งก่อนก็ได้ ทีหลังค่อยขึ้นต้นหักฟืนทิ้งลงหอบเอาไป จึงปูลาดผ้าห่มลงนอนกรนหลับสนิท.

ส่วนมาณพนอกนี้พากันผูกฟืนเป็นมัดๆ แล้วแบกไป เอาเท้ากระทืบมาณพนั้นที่หลัง ปลุกให้ตื่นแล้วพากันไป มาณพผู้เกียจคร้าน ลุกขึ้นขยี้ตา จนหายง่วงแล้ว ก็ปีนขึ้นต้นกุ่ม จับกิ่งเหนี่ยวมาตรงหน้าตน พอหักแล้ว ปลายไม้ที่ลัดขึ้น ก็ดีดเอานัยน์ตาของตนแตกไป เอามือข้างหนึ่งปิดตาไว้ ข้างหนึ่งหักฟืนสดๆ ลงจากต้น มัดเป็นมัดแบกไปโดยเร็ว เอาไปทิ้งทับบนฟืนที่พวกมาณพเหล่านั้นกองกันไว้อีกด้วย.

ก็ในวันนั้น ตระกูลหนึ่งจากบ้านในชนบทนิมนต์อาจารย์ไว้ว่า พรุ่งนี้พวกกระผมจักกระทำการสวดมนต์ พราหมณ์. อาจารย์จึงกล่าวกะพวกมาณพว่า พ่อทั้งหลาย พรุ่งนี้ต้องไปถึงหมู่บ้านตำบลหนึ่ง แต่พวกเธอไม่ได้กินอาหารก่อน จักไม่อาจไปได้ ต้องให้เขาต้มข้าวแต่เช้าตรู่ไปที่นั่น ถือเอาส่วนที่ตนจะต้องได้รับ และส่วนที่ถึงแก่เรา แล้วรีบพากันมาเถิด.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๘๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. วรุณชาดก”