บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อภิตฺถนย ปชฺชุนฺน ความว่า เมฆเรียกกันว่า ท้าวปัชชุนะ ก็พญาปลานี้เรียกวลาหกเทวราชเจ้าแห่งฝน ผู้ได้นามด้วยอำนาจแห่งเมฆ. ได้ยินว่า พญาปลานั้นมีความประสงค์ดังนี้ว่า ธรรมดาว่าฝนไม่คำรนคำราม ไม่ให้สายฟ้าแลบแปลบปลาบ แม้จะตกกระหน่ำก็ไม่งาม เพราะฉะนั้น ท่านจงคำรนคำราม ให้สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ให้ฝนตกเถิด.

บทว่า นิธึ กากสฺส นาสย ความว่า ฝูงกาพากันจิกทึ้งฝูงปลาที่พากันคุดเข้าเปือกตมซุกอยู่ ออกมาด้วยจะงอยปาก กินเป็นอาหาร เพราะเหตุนั้น ฝูงปลาที่คุดอยู่ในเปือกตม จึงเรียกว่าขุมทรัพย์ของกาเป็นต้นเหล่านั้น เมื่อท่านให้ฝนตก ปกปิดเสียด้วยน้ำแล้ว ก็เป็นอันทำลายขุมทรัพย์ของฝูงกานั้นเสีย.

บทว่า กากํ โสกาย รนฺเธหิ ความว่า ฝูงกา เมื่อลำห้วยมีน้ำเต็มแล้ว ไม่ได้ฝูงปลาเป็นอาหารก็ต้องเศร้าโศก เมื่อท่านกระทำให้ลำห้วยนี้เต็มเปี่ยม ก็เป็นอันทำลายฝูงกานั้นด้วยความโศก ท่านจงยังฝนให้ตก เพื่อระงับความโศก คือเพื่อความโล่งใจของปลา. อธิบายว่า ฝูงกาจะถึงความเศร้าโศกอันมีลักษณะหม่นไหม้ในภายในได้ด้วยวิธีใด ท่านโปรดกระทำวิธีนั้นเถิด.

จ อักษร ในบทคาถาว่า มญฺจ โสกา ปโมจย นี้ มีการประมวลมาเป็นอรรถ ความก็ว่า ท่านโปรดให้ข้าพเจ้าและฝูงญาติทั้งหมด พ้นจากความเศร้าโศก อันเกิดแต่ความตายนี้เถิด.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๙๐๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มัจฉชาดก”