นิสีทาเปตฺวา สยํ นหาตฺวา กูฏวาณิชสฺส เคหํ อคมาสิ ฯ โส ปุตฺโต เม กหนฺติ อาห ฯ สมฺม ตว ปุตฺตํ ตีเร ฐเปตฺวา มม อุทเก นิมุคฺคกาเล เอโก กุลโล อาคนฺตฺวา ตว ปุตฺตํ นขปญฺชเรน คเหตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ, อหํ ปาณึ ปหริตฺวา วิรวิตฺวา วายมนฺโตปิ โมเจตุํ นาสกฺขินฺติ ฯ ตฺวํ มุสา ภณสิ, กุลโล ทารเก คเหตฺวา คนฺตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถีติ ฯ สมฺม ยุตฺตมฺปิ โหตุ อยุตฺตมฺปิ โหตุ, อหํ กึ กโรมิ, กุลเลเนว เต ปุตฺโต นีโตติ ฯ โส ตํ สนฺตชฺเชตฺวา อเร ทุฏฺฐโจร มนุสฺสมารก อิทานิ ตํ วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา กถาเปสฺสามีติ นิกฺขมิ ฯ โส มม ๑- รุจฺจนเมว กเถสีติ ๒- เตเนว สทฺธึ วินิจฺฉยฏฺฐานํ อคมาสิ ฯ กูฏวาณิโช โพธิสตฺตํ อาห อยํ สามิ มม ปุตฺตํ คเหตฺวา นหายิตุํ คโต กหํ เม ปุตฺโตติ วุตฺเต กุลเลน หโตติ อาห, วินิจฺฉินถ เม อฏฺฏนฺติ ฯ โพธิสตฺโต สจฺจํ ภณสีติ อิตรํ ปุจฺฉิ ฯ โส อาห สามิ อหํ ตํ อาทาย คโตติ ฯ เสเนน ปน หตภาโว สจฺจเมวาติ ฯ สจฺจเมว สามีติ ฯ กึ ปน โลเก กุลลา นาม ทารกํ หรนฺตีติ ฯ สามิ อหมฺปิ ตุมฺเห ปุจฺฉามิ กุลลา ทารเก คเหตฺวา อากาเส คนฺตุํ น สกฺโกนฺติ, มูสิกา ปน อยผาเล ขาทนฺตีติ ฯ อิทํ กินฺนามาติ ฯ สามิ มยา เอตสฺส ฆเร ปญฺจ ผาลสตานิ ฐปิตานิ, สฺวายํ ผาลา เต มูสิกาหิ ขาทิตาติ วตฺวา อิทนฺเต ผาเล ขาทิตมูสิกานํ วจฺจนฺติ วจฺจํ ทสฺเสติ, สามิ มูสิกา สเจ ผาเล ขาทนฺติ, กุลลาปิ ทารเก หริสฺสนฺติ,

๒ กโรสีติปิ ฯ สเจ น ขาทนฺติ, เสนาปิ ตํ น หริสฺสนฺติ, เอโส ปน ผาลา เต มูสิกาหิ ขาทิตาติ วทติ, เตสํ ขาทิตภาวํ วา อขาทิตภาวํ วา ชานาถ, อฏฺฏํ เม วินิจฺฉินถาติ ฯ โพธิสตฺโต สฐสฺส ปฏิสาเถยฺยํ กตฺวา ชินิสฺสามีติ อิมินา จินฺติตํ ภวิสฺสตีติ ญตฺวา สุฏฺฐุ เต จินฺติตนฺติ วตฺวา อิมา คาถา อโวจ

สฐสฺส สาเถยฺยมิทํ สุจินฺติตํ,

ปจฺโจฑฺฑิตํ ปฏิกูฏสฺส กูฏํ,

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๑,๑๐๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. กูฏวาณิชชาดก”