กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา,

โย จ กาลฆโส ภูโต ส ภูตปจนึ ปจีติ ฯ

ตตฺถ กาโลติ ปุเรภตฺตกาโลปิ ปจฺฉาภตฺตกาโลปีติ เอวมาทิ ฯ ภูตานีติ สตฺตาธิวจนเมตํ ฯ น กาโล ภูตานํ จมฺมมํสาทีนิ ลุญฺจิตฺวา ขาทติ, อปิ จ โข เนสํ อายุวณฺณพลานิ เขเปนฺโต โยพฺพนํ มทฺทนฺโต อาโรคฺยํ วินาเสนฺโต ฆสติ ขาทตีติ วุจฺจติ ฯ เอวํ ฆสนฺโต จ น กิญฺจิ วชฺเชนฺโต สพฺพาเนว ฆสติ ฯ น เกวลญฺจ ภูตาเนว อปิ จ โข สหตฺตนา อตฺตานมฺปิ ฆสติ, ปุเรภตฺตกาโล ปจฺฉาภตฺตกาลํ น ปาปุณาติ ฯ เอส นโย ปจฺฉาภตฺตกาลาทีสุ ฯ โย จ กาลฆโส ภูโตติ ขีณาสวสฺเสตํ อธิวจนํ ฯ โส หิ อริยมคฺเคน อายตึ ปฏิสนฺธิกาลํ เขเปตฺวา ขาทิตฺวา ฐิตตฺตา กาลฆโสติ วุจฺจติ ฯ ส ภูตปจนึ ปจีติ ยายํ ตณฺหา อปาเยสุ ภูเต ปจติ ตํ ญาณคฺคินา ปจิ ทหิ ภสฺมมกาสิ ฯ เตน ภูตปจนึ ปจีติ วุจฺจติ ฯ ปชนินฺติปิ ปาโฐ ฯ ชนิตํ นิพฺพตฺติตนฺติ อตฺโถ ฯ

อิมํ ปญฺหํ สุตฺวา มาณเวสุ เอโกปิ ชานิตุํ สมตฺโถ นาโหสิ ฯ อถ เน โพธิสตฺโต มา โข ตุมฺเห อยํ ปญฺโห ตีสุ เวเทสุ อตฺถีติ สญฺญํ อกริตฺถ, ตุมฺเห ยมหํ ชานามิ, ตํ สพฺพํ ชานามาติ มญฺญมานา มํ พทรรุกฺขสทิสํ กโรถ, มม ตุมฺเหหิ อญฺญาตสฺส พหุโน ปชานนภาวํ น ชานาถ, คจฺฉถ, สตฺตเม ทิวเส กาลํ ทมฺมิ, เอตฺตเกน กาเลน อิมํ ปญฺหํ จินฺเตถาติ ฯ เต โพธิสตฺตํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สตฺตาหํ จินฺเตตฺวาปิ ปญฺหสฺส เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสึสุ ฯ เต สตฺตเม ทิวเส อาจริยสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิตฺวา กึ ภทฺทมุขา ชานาถ ปญฺหนฺติ วุตฺเต น ชานามาติ วทึสุ ฯ ปุน โพธิสตฺโต เต ครหมาโน ทุติยํ คาถมาห

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๑,๒๓๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มูลปริยายชาดก”