สพฺพสฺส เต กมฺมนิโย อยํ เหสฺสติ ผนฺทโนติ ฯ

ตตฺถ อารานนฺติ อิทํ โส กทาเจส อิมํ รุกฺขํ น คณฺเหยฺย คุณมฺปิสฺส กเถสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เอวมาห ฯ ตตฺถ อีสาเนมิรถสฺส จาติ รถอีสาย จ เนมิยา จ เสสสฺส จ สพฺพสฺส เต เอส กมฺมนิโย กมฺมกฺขโม ภวิสฺสตีติ ฯ

โส เอวํ อาจิกฺขิตฺวา ตุฏฺฐมานโส เอกมนฺเต จริ ฯ วฑฺฒกีปิ รุกฺขํ ฉินฺทิตุํ อารภิ ฯ รุกฺขเทวตา จินฺเตสิ มยา เอตสฺส อุปริ น กิญฺจิ ปาติตํ อยํ อฏฺฐาเน อาฆาตํ พนฺธิตฺวา มม วิมานํ นาเสติ อหญฺจ วินสฺสิสฺสามิ เอเกนุปาเยน จ อิมํเยว อีสํ นาเสสฺสามีติ วนกมฺมิกปุริโส วิย หุตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ปุจฺฉิ โภ ปุริส มนาโป เต รุกฺโข ลทฺโธ อิมํ ฉินฺทิตฺวา กึ กริสฺสสีติ ฯ รถเนมึ กริสฺสามิ อิมินา รุกฺเขน รโถ ภวิสฺสตีติ ฯ เกน เต อกฺขาตนฺติ ฯ เอเกน กาฬสีเหนาติ ฯ สาธุ สุฏฺฐุ เตน อกฺขาตํ อิมินา รุกฺเขน รโถ สุนฺทโร ภวิสฺสติ กาฬสีหสฺส ปน คลจมฺมํ อุปฺปาเตตฺวา จตุรงฺคุลิมตฺเต ฐาเน อยปเฏน วิย เนมิมณฺฑเล ปริกฺขิตฺเต เนมิ จ ถิรา ภวิสฺสติ พหุญฺจ ธนํ ลภิสฺสสีติ ฯ กาฬสีหจมฺมํ กุโต ลจฺฉามีติ ฯ ตฺวํ พาลโกสิ อยนฺตาว รุกฺโข วเน ฐิโต น ปลายติ ตฺวํ เยน โส รุกฺโข อกฺขาโต ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สามิ ตยา ทสฺสิตํ รุกฺขํ กตรฏฺฐาเน ฉินฺทามีติ วญฺเจตฺวา อาเนหิ อถ นํ นิราสํกํ อิธ จ เอตฺถ จ ฉินฺทาติ มุขตุณฺฑํ ปสาเรตฺวา อาจิกฺขนฺตํ ติขิเณน มหาผรสุนา โกฏฺเฏตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา จมฺมํ อาทาย วรมํสํ ขาทิตฺวา รุกฺขํ ฉินฺทาติ เวรํ กปฺเปติ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อิมา คาถา อาห

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๓,๑๒๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ผันทนชาดก”