เกวัฏกราบทูลว่า ถ้าอย่างนั้น เราจักยึดเอาด้วยสิ้นฟืน ขึ้นชื่อว่า เมืองย่อมมีฟืนภายนอก. พระราชาตรัสให้ดำเนินการอย่างนั้น. ฝ่ายมโหสถรู้ข่าวนั้นดังหนหลัง ให้ทำกองฟืนประมาณเท่าภูเขา ให้ปรากฏล่วงพ้นข้าวเปลือกบนกำแพง. พวกคนของมโหสถ เมื่อกล่าวเยาะเย้ยเล่นกับโยธาของพระเจ้าจุลนี จึงกล่าวว่า ถ้าพวกท่านหิวจงหุงข้าวกินเสีย แล้วโยนฟืนใหญ่ๆ ลงไปให้. ฝ่ายพระราชาจุลนีทอดพระเนตร เห็นฟืนเป็นอันมากกองพ้นกำแพงเมือง. จึงตรัสถามว่า นั่นอะไร. บุรุษที่มโหสถวางไว้จึงกราบทูลว่า ข้าแต่เทพเจ้า ได้ยินว่า บุตรคฤหบดีผู้มีนามว่ามโหสถเห็นภัยในอนาคต จึงให้ขนฟืนมากองไว้หลังเรือนแห่งเหล่าสกุล และให้กองไว้ริมกำแพงเมืองก็มิใช่น้อย. พระเจ้ากรุงปัญจาละได้สดับดังนั้น จึงตรัสกะอาจารย์เกวัฏว่า เราไม่อาจจะยึดเอาเมืองด้วยสิ้นฟืน ท่านจงเลิกอุบายนี้เสีย. พราหมณ์เกวัฏทูลว่า ขอพระองค์อย่าได้ทรงวิตก อุบายอื่นยังมี. พระเจ้าจุลนีตรัสถามว่า อุบายอย่างไรอีก เรายังไม่เห็นที่สุดอุบายของท่าน. เราไม่สามารถจะยึดเอาวิเทหรัฐได้ เราจักกลับเมืองของเรา. เกวัฏจึงทูลว่า ความอายว่า พระเจ้าจุลนีพรหมทัตกับพระราชาร้อยเอ็ด ไม่สามารถจะยึดเอาวิเทหรัฐได้ จักมีแก่พวกเรา. มโหสถจักเป็นบัณฑิตอย่างไร แม้ข้าพระองค์ก็เป็นบัณฑิตแท้จริง. พวกเราจักทำเลสอันหนึ่ง พระราชาตรัสว่า เลสอะไร.
เกวัฏจึงทูลสนองว่า พวกเราจักทำธรรมยุทธ์. พระราชาตรัสถามว่า อะไรเรียกว่าธรรมยุทธ์. เกวัฏทูลตอบว่า เสนาจักไม่ต้องรบ. ก็แต่บัณฑิตทั้งสองของพระราชาทั้งสองจักอยู่ในที่เดียวกัน. ในบัณฑิตทั้งสองนั้น บัณฑิตใดจักไหว้ บัณฑิตนั้นจักแพ้. ก็มโหสถไม่รู้ความคิดนี้ และข้าพระองค์ก็เป็นผู้แก่กว่า มโหสถยังเป็นหนุ่ม เห็นข้าพระองค์ก็จักไหว้. มโหสถไหว้ข้าพระองค์ เมื่อใด. ชาวแคว้นวิเทหะก็จักชื่อว่า อันพวกเราชนะแล้ว. ทีนั้น พวกเราจักยังวิเทหรัฐให้ปราชัยแล้วยึดไว้เป็นเมืองของตน. ความอายจักไม่มีแก่พวกเรา ด้วยประการฉะนี้. รบด้วยเลสนี้ชื่อว่าธรรมยุทธ์. ฝ่ายมโหสถได้ทราบรหัสเหตุเหมือนหนหลัง จึงคิดว่า ถ้าเราแพ้เกวัฏ เราก็ไม่ใช่บัณฑิต. ส่วนพระเจ้าจุลนีพรหมทัตตรัสว่า อุบายนี้งามละอาจารย์. ให้เขียนราชสาสน์ความว่า พรุ่งนี้ธรรมยุทธ์จักมี ชนะหรือปราชัยโดยธรรมโดยเสมอจักมีแก่บัณฑิตทั้งสอง. ผู้ใดไม่ทำธรรมยุทธ์ ผู้นั้นชื่อว่าพ่ายแพ้. ดังนี้แล้ว ส่งไปถวายพระเจ้าวิเทหรัฐทางประตูน้อย. พระเจ้ากรุงมิถิลาได้ทรงสดับราชสาสน์นั้น ให้เรียกมโหสถมาแจ้งเนื้อความนั้น. มโหสถกราบทูลว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า ขอสมมติเทพ พระราชทานราชสาสน์ตอบไปว่า ชาวกรุงมิถิลาจักเตรียมจัดสนามธรรมยุทธ์ไว้ ทางประตูด้านปัศจิมทิศ. กองทัพกรุงปัญจาละจงมาสู่สนามธรรมยุทธ์. พระเจ้าวิเทหราชได้ทรงฟังคำของมโหสถ จึงพระราชทานราชสาสน์ ตอบแก่ทูตผู้มาแล้ว นั่นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที