บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชมฺพาวตี ความว่า พระชนนีของพระเจ้าสีพีราช พระนามว่า ชัมพาวดี. ได้เป็นหญิงจัณฑาล พระนางได้เป็นพระอัครมเหสีที่รักของพระเจ้าวาสุเทพ ผู้เป็นพี่ชายของพี่น้อง ๑๐ คนของกัณหายนโคตร.

ได้ยินว่า วันหนึ่งพระเจ้าวาสุเทพเสด็จออกจากกรุงทวารวดี ประพาสพระราชอุทยาน ทอดพระเนตรเห็นกุมาริการูปงามคนหนึ่งเป็นจัณฑาล จากบ้านคนจัณฑาลเข้าสู่พระนครด้วยธุระบางอย่าง ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง. พระองค์มีจิตปฏิพัทธ์ มีรับสั่งให้ถามว่า ชาติอะไร. แม้ได้สดับว่า ชาติจัณฑาล ก็ยังมีรับสั่งให้ถามว่า มีสามีหรือไม่. ทรงสดับว่า ยังไม่มีสามี. จึงพานางกุมาริกานั้นกลับจากที่นั้นทีเดียว. นำไปพระราชนิเวศน์ ทรงตั้งเป็นอัครมเหสี. พระนางนั้นประสูติพระโอรสพระนามว่า สีวี. เมื่อพระราชบิดาสวรรคตแล้ว พระเจ้าสีวีจึงครองราชสมบัติในกรุงทวาราวดี. สุวโปดกกล่าวคำนี้ หมายเอาเจ้าสีวีนั้น.

สุวบัณฑิตนำอุทาหรณ์นี้มาอย่างนี้. แล้วกล่าวว่า กษัตริย์แม้เห็นปานนี้ ยังสำเร็จสังวาสกับหญิงจัณฑาล. ใครจะว่าอะไรในเราทั้งสอง ซึ่งเป็นสัตว์ดิรัจฉานเล่า. ความชอบใจในการร่วมประเวณีกันและกันต่างหาก เป็นข้อสำคัญ. กล่าวฉะนี้แล้ว เมื่อจะชักอุทาหรณ์อื่นมาอีก จึงกล่าวว่า

กินรีชื่อรัตนวดีมีอยู่ แม้นางก็ได้ร่วมรักกะดาบสชื่อวัจฉะ มนุษย์ทั้งหลายร่วมอภิรมย์กับมฤดีก็มี มนุษย์และสัตว์ไม่เป็นเช่นเดียวกัน ในเพราะกามย่อมไม่มี.

เล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒๑,๓๕๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มโหสถชาดก”