บทว่า ยนฺตยุตฺเต จ อคฺคเฬ ได้แก่ บานประตูที่ถึงพร้อมด้วยลิ่มสลัก.

พวกนั้นเปิดประตูอุโมงค์ แล้วแจ้งให้มโหสถทราบ. มโหสถก็กราบทูลพระราชาว่า ได้เวลาแล้ว พระเจ้าข้า ขอเชิญเสด็จลงจากปราสาท. พระราชาก็เสด็จลง เสนกะเปลื้องเครื่องพันศีรษะ แล้วผลัดผ้าหยักรั้ง. ลำดับนั้น มโหสถเห็นกิริยาแห่งเสนกะ จึงถามว่า นั่นท่านอาจารย์ทำอะไร. เสนกะตอบว่า แน่ะบัณฑิต ธรรมดาทั้งหลายไปโดยอุโมงค์ ต้องเปลื้องผ้าโพกหยักรั้งไป. มโหสถจึงแจ้งว่า แน่ะอาจารย์เสนกะ ท่านอย่าสำคัญว่า คนเข้าอุโมงค์ต้องก้มคุกเข่าเข้าไป ถ้าท่านใคร่จะไปด้วยช้างจงขึ้นช้างไป ถ้าท่านใคร่จะไปด้วยม้าจงขึ้นม้าไป เพราะอุโมงค์สูง ประตูกว้างสูง ๑๘ ศอก. ท่านจงประดับตกแต่งตัวตามชอบใจ ไปก่อนพระราชา.

ฝ่ายพระโพธิสัตว์จัดให้เสนกะไปก่อน ให้พระราชาเสด็จไปท่ามกลาง ตนเองไปภายหลัง. เหตุไร มโหสถจึงจัดอย่างนี้. เพราะพระเจ้าวิเทหราชจะได้ไม่ทอดพระเนตรอุโมงค์อันตกแต่งแล้ว ค่อยๆ เสด็จไป. ข้าวต้มข้าวสวยของเคี้ยวเป็นต้นประมาณไม่ได้ มีไว้เพื่อมหาชนในอุโมงค์. คนเหล่านั้นเคี้ยวดื่มพลางแลชมอุโมงค์ไป. ฝ่ายพระมหาสัตว์ทูลเตือนพระเจ้าวิเทหราชว่า เชิญเสด็จไป เชิญเสด็จไป พระเจ้าข้า. ตามเสด็จไปเบื้องหลัง พระเจ้าวิเทหราชทอดพระเนตรอุโมงค์ ซึ่งเป็นดังเทวสภาอันตกแต่งแล้ว พลางเสด็จไป.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น ตรัสว่า .. อรรถกถา มโหสถชาดก ว่าด้วย พระมโหสถบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่

เล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒๑,๓๙๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มโหสถชาดก”