ตอบว่า การที่ทำดังนั้น ก็เพราะเพื่อประสงค์จะตอบผู้คนว่า วานรตัวนี้มีอุปการะมากแก่เรา พระมหาสัตว์ถือเอาหนังวานรนั้นไปยังเมืองพาราณสีโดยลำดับ แล้วเข้าไปหาพระกุมารทั้งหลาย ทูลตักเตือนว่า ขึ้นชื่อว่า กรรมคือการฆ่าพระบิดา เป็นกรรมที่ร้ายแรงทารุณ พวกท่านไม่สมควรกระทำกรรมนั้นเลย ธรรมดาว่า สัตว์ที่จะไม่แก่ไม่ตายเป็นไม่มี เรามาแล้ว (ในที่นี้) ก็ด้วยความหวังว่า จักไกล่เกลี่ยให้พวกท่านมีความสามัคคีกันและกันไว้ พอเราส่งข่าวสาสน์ไป พวกท่านพึงพากันมา พอสอนพระกุมารเสร็จแล้ว จึงเข้าไปสู่พระราชอุทยานภายในพระนคร ลาดหนังวานรลงแล้ว นั่งบนแผ่นหิน.
ในขณะนั้น คนเฝ้าสวนพอเห็นท่าน ก็รีบไปกราบทูลแด่พระราชา. พระราชาทรงสดับข่าวนั้นแล้วก็ทรงบังเกิดความโสมนัส จึงพาอำมาตย์ทั้ง ๕ คนนั้นไปในที่นั้น ทรงนมัสการพระมหาสัตว์ แล้วประทับนั่ง ปรารภจะทำปฏิสันถาร.
ส่วนพระมหาสัตว์มิได้รื่นเริงกับพระราชานั้น ลูบคลำหนังวานรเฉยเสีย.
ลำดับนั้น พระราชาจึงตรัสกะพระมหาสัตว์นั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ท่านไม่ยอมพูดจากับข้าพเจ้า มัวลูบคลำหนังวานรอยู่ได้ หนังวานรของท่านมีอุปการะมากกว่าข้าพเจ้าหรือ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที