บทว่า พาเลหิ สทิโส ความว่า พระองค์เป็นผู้เข้าถึงทิฏฐิ อันเลวเหมือนคนเหล่านั้น อย่างไรจึงเป็นคนพาล.
บทว่า อปาปตํ ตัดเป็น อปิ อาปตํ อธิบายว่า ตกไปอยู่. พระราชธิดาตรัสอธิบายไว้ว่า ข้าแต่พระชนกนาถ เมื่อความบริสุทธิ์ด้วยสงสารมี. แม้คุณาชีวกก็ละกามคุณ ๕ แล้ว ถึงความเป็นคนเปลือยกาย ไม่มีสิริ ไม่มีความละอาย ไม่มีความแช่มชื่น เพราะความหลงด้วยสามารถแห่งโมหะ เหมือนตั๊กแตนเห็นไฟโพลงในส่วนแห่งราตรี ไม่รู้ถึงทุกข์อันมีกองไฟนั้นเป็นปัจจัย ตกไปในกองไฟนั้นถึงความทุกข์ใหญ่ ฉะนั้น.
บทว่า ปุเร นิวิฏฺฐา ความว่า ข้าแต่พระชนกนาถ ชนเป็นอันมากฟังคำของกัสสปโคตรว่า บริสุทธิ์ด้วยสงสาร เชื่อมั่นลงไปก่อนทีเดียว. เพราะถือว่า ผลของกรรมที่ทำดี และทำชั่วย่อมไม่มี. เมื่อไม่รู้ก็ยึดเอา สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ด้วยความเห็นผิด จึงปฏิเสธกรรม. อธิบายว่า เมื่อปฏิเสธกรรมนั้น ก็ชื่อว่าปฏิเสธผลแห่งกรรม. เมื่อพวกเขายึดถือเอาโทษ อันเป็นความปราชัยแห่งพวกเขา ในชั้นต้นอย่างนี้ ก็เป็นอันชื่อว่า ยึดถือผิด.
บทว่า ทุมฺโมจยา พลิสา อมฺพุโช ว ความว่า ชนพาลเหล่านั้น เมื่อไม่รู้อย่างนี้ ยึดถือความฉิบหาย ด้วยการเห็นผิดดำรงอยู่. ย่อมชื่อว่า ปลดเปลื้องออกจาก ความฉิบหายนั้นได้โดยยาก. เหมือนปลาที่กลืนเบ็ดเข้าไป ปลดเปลื้องออกจากเบ็ดได้ยาก ฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที