พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงประกาศความนั้น จึงได้ตรัสว่า
ปุณณยักษ์ผู้ประดับประดาแล้ว แต่งผมและหนวดดีแล้ว ขึ้นม้าอันเป็นพาหนะของเทวดา เหาะไปในอากาศกลางหาว ปุณณกยักษ์นั้นกำหนัดแล้วด้วยกามราคะ ปรารถนานางอิรันทตีนาคกัญญา ไปทูลท้าวกุเวรเวสวัณผู้เรืองยศ ซึ่งเป็นใหญ่แห่งหมู่ยักษ์ว่า
ภพนาคนั้นเขาเรียกชื่อว่าโภควดีนครบ้าง วาสนครบ้าง หิรัญญวดีนครบ้าง เป็นเมืองที่บุญกรรมนิรมิต ล้วนแต่ทองคำ สำเร็จแก่พระยานาค ผู้บริบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ทุกอย่าง ป้อมและเชิงเทิน สร้างโดยสัณฐานคออูฐ ล้วนแล้วด้วยแก้วแดงและแก้วลาย ในนาคพิภพนั้น มีปราสาทล้วนแล้วด้วยหิน มุงด้วยกระเบื้องทองในนาคพิภพนั้น. มีไม้มะม่วง ไม้หมากเม่า ไม้หว้า ไม้ตีนเป็ด ไม้จิก ไม้การะเกด ไม้ประยงค์ ไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะม่วงหอม ไม้ชบา. ไม้ยางทราย ไม้จำปา ไม้กากะทิง มะลิซ้อน มะลิลา และไม้กะเบา ต้นไม้ในนาคพิภพเหล่านี้ มีกิ่งต่อกันและกัน งามยิ่งนัก. ในนาคพิภพนั้น มีต้นอินทผาลัม อันสำเร็จด้วยแก้วอินทนิล มีดอกและผลล้วนไปด้วยทอง เนืองนิตย์.
ท้าววรุณนาคราชผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้ผุดขึ้นเกิดอยู่ในนาคพิภพนั้น. มเหสีของพระยานาคราชนั้น กำลังรุ่นสาว ทรงพระนามว่า วิมลา มีพระรูป พระโฉมอันประกอบด้วยสิริ. งดงามดังก้อนทองคำ. สะโอดสะองดังหน่อเถาจิงจ้อดำ. พระถันทั้งคู่มีสัณฐานดังผลมะพลับ น่าดูยิ่งนัก. พระฉวีวรรณแดง ดังน้ำครั่ง. เปรียบเหมือนดอกกรรณิการ์อันแย้มบาน. เปรียบดังนางอัปสร ผู้อยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ. หรือเปรียบเหมือนสายฟ้า อันแลบออกจากกลีบเมฆ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที