ปุณณกยักษ์นั้นได้สดับพระดำรัสของพระราชาดังนั้นแล้ว จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า เพราะเหตุไร พระองค์จึงตรัสดังนั้น ม้าของข้าพระองค์ตัวเดียวเท่ากับม้าพันตัว. แก้วมณีของข้าพระองค์ดวงเดียวเท่ากับแก้วพันดวง. ม้าทั้งปวงจะเทียมเท่าม้าของข้าพระองค์ตัวเดียว หามิได้. ขอพระองค์ทอดพระเนตรดูความว่องไวของม้าตัวนี้ก่อน แล้วเผ่นขึ้นม้าขับไป โดยเบื้องบนแห่งกำแพงพระนครที่กว้าง ๗ โยชน์. ได้ปรากฏประหนึ่งว่า ม้าเอาคอจดกันเรียงล้อมพระนคร. ถ้าม้าวิ่งเร็วกว่าลำดับนั้นไป ก็ไม่ปรากฏ. แม้ยักษ์ก็ไม่ปรากฏ มีแต่ผ้าแดงคาดพุงเท่านั้น ได้ปรากฏดังผ้าแดงผืนเดียววงรอบพระนคร. ปุณณกยักษ์ลงจากหลังม้ากราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์ทอดพระเนตรเห็นกำลังเร็วแห่งม้าแล้วหรือ. เมื่อท้าวเธอตรัสบอกว่า เออ มาณพเราเห็นแล้ว. จึงกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์จงทอดพระเนตรดูอีกในกาลบัดนี้ แล้วขับม้าไปบนหลังน้ำ ในสระโบกขรณีที่อุทยานภายในพระนคร. ม้าได้วิ่งไปมิได้ให้ปลายกีบเปียกเลย. ลำดับนั้น ปุณณกยักษ์ให้ม้าวิ่งควบไปบนใบบัว ตบมือแล้ว เหยียดมือออก ม้าวิ่งเผ่นมาหยุดอยู่ที่ฝ่ามือ.

ลำดับนั้น ปุณณกยักษ์กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งนรชน ม้าเห็นปานนี้ ควรจะจัดเป็นม้าแก้วหรือไม่ พระพุทธเจ้าข้า. เมื่อพระองค์ตรัสว่า ควรมาณพ. จึงกราบทูลอีกว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ม้าแก้วยกไว้ก่อนเถิด. พระองค์จงทอดพระเนตร ดูอานุภาพแห่งแก้วมณี ดังนี้แล้ว.

เมื่อจะประกาศอานุภาพแห่งแก้วมณีนั้น จึงกล่าวคาถาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดในทวีป ขอพระองค์จงทอดพระเนตร ดูแก้วมณีของข้าพระองค์นี้. รูปหญิงและรูปชาย รูปเนื้อและรูปนกมิใช่น้อย ย่อมปรากฏอยู่ในแก้วมณีนี้. หมู่เนื้อและหมู่นกต่างชนิด ย่อมปรากฏอยู่ในแก้วมณีนี้. พระยานาคและพระยาครุฑก็ปรากฏอยู่ในแก้วมณีนี้. เชิญพระองค์ทอดพระเนตร สิ่งที่น่าอัศจรรย์ อันธรรมดาสร้างสรรไว้ในแก้วมณีนี้ พระเจ้าข้า.

เล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒๑,๘๗๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. วิธุรชาดก”