แม้นายช่างสานนั้นก็ได้ถวาย ใบตาลที่พระโพธิสัตว์ทรงกระทำ เพื่อประโยชน์แก่พระนางประภาวดี เฉพาะพระนางทีเดียว ชนอื่นย่อมไม่เห็นรูปทั้งหลายในใบตาลนั้น ฝ่ายพระนางประภาวดี พอได้ทอดพระเนตรเห็น ก็ทรงทราบว่า พระเจ้ากุสราชทรงกระทำ ก็ทรงกริ้ว ขว้างลงบนพื้น แล้วรับสั่งว่า ใครอยากได้ ก็จงเอาไปเถิด. ลำดับนั้น พวกพระภคินีที่เหลือ ก็ทรงหัวเราะเยาะพระนาง. นายช่างสานถือเอาทรัพย์พันหนึ่ง ไปให้พระโพธิสัตว์แล้วบอกเรื่องราวนั้นให้ทราบ.

พระโพธิสัตว์เจ้านั้นยังทรงดำริว่า แม้ที่นี้ ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เราควรจะอยู่ จึงมอบทรัพย์พันหนึ่งคืนให้นายช่างสานนั้นแล้ว เสด็จไปยังสำนักของนายช่างร้อยดอกไม้ของพระราชา แจ้งความประสงค์ ขอเป็นศิษย์ ทรงร้อยพวงมาลาแปลกๆ หลายอย่างหลายชนิด ได้กระทำทรงเทริดอันหนึ่ง ซึ่งวิจิตรด้วยรูปต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พระนางประภาวดี. นายมาลาการถือเอาพวงมาลาทั้งหมดนั้นไปยังราชตระกูล พระราชาทอดพระเนตรเห็น จึงตรัสถามว่า ดอกไม้เหล่านี้ ใครร้อยเป็นพวงมาลา. นายมาลาการกราบทูลว่า ข้าพระองค์ร้อยเอง พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า ดอกไม้ที่เจ้าเคยร้อยแล้ว เราจำได้ดี จงบอกมานะว่า ดอกไม้เหล่านี้ ใครร้อย. นายมาลาการกราบทูลว่า ศิษย์ของข้าพระองค์ร้อยเป็นพวงมาลา พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า ผู้นั้นไม่สมควรเป็นศิษย์ของเจ้า เขาจงเป็นอาจารย์ของเจ้าเถิด เจ้าจงเรียนศิลปะในสำนักของเขา และจำเดิมแต่วันนี้ไป ขอให้เขาได้ร้อยดอกไม้ให้พวกธิดาของเราเถิด และเจ้าจงให้ทรัพย์พันหนึ่งนี้แก่เขา ดังนี้แล้ว จึงพระราชทานทรัพย์พันหนึ่ง แล้วรับสั่งว่า เจ้าจงนำเอาดอกไม้เหล่านี้ไปให้พวกธิดาของเราด้วย.

แม้ช่างร้อยดอกไม้นั้นก็ได้ถวาย ทรงเทริดที่พระมหาสัตว์ทรงกระทำ เพื่อประโยชน์แก่พระนางประภาวดี เฉพาะพระหัตถ์พระนางทีเดียว พระนางทรงเห็นรูปต่างๆ ของพระองค์ และของพระราชา พร้อมทั้งรูปอื่นๆ อีกเป็นอันมากในทรงเทริดนั้น ก็ทรงทราบว่า พระเจ้ากุสราชนั้นทรงกระทำ จึงทรงกริ้ว แล้วขว้างลงบนภาคพื้น พวกภคินีที่เหลือพากันหัวเราะเยาะพระนางเหมือนอย่างนั้นทีเดียว. แม้นายมาลาการก็ได้นำทรัพย์มาให้พระโพธิสัตว์เจ้า บอกเรื่องนั้นให้ทราบแล้ว.

พระโพธิสัตว์เจ้านั้นจึงทรงพระดำริว่า แม้สถานที่นี้ ก็ไม่ใช่ที่ที่เราจะอยู่ได้ จึงคืนทรัพย์พันหนึ่งให้แก่นายมาลาการนั้น แล้วเสด็จไปยังสำนักของเจ้าพนักงานห้องเครื่องต้นของพระราชา ขอฝากตัวเป็นศิษย์ ภายหลังวันหนึ่ง เจ้าพนักงานเครื่องต้นไปถวายแด่พระราชา ก็ได้ให้ชิ้นเนื้อติดกระดูกชิ้นหนึ่งแก่พระโพธิสัตว์เจ้า เพื่อให้ปิ้งเป็นประโยชน์ส่วนตัว พระโพธิสัตว์เจ้าทรงปิ้งเนื้อนั้นให้มีกลิ่นหอมตลบฟุ้งไป จนทั่วพระนครทั้งหมด. พระราชาทรงได้กลิ่นเนื้อนั้น จึงตรัสถามว่า เจ้าปิ้งเนื้อส่วนอื่นของเจ้าไว้ในห้องเครื่องต้นหรือ. เจ้าพนักงานเครื่องต้นกราบทูลว่า ไม่มีเลย พระเจ้าข้า ก็แต่ว่า ข้าพระองค์ได้ให้ ชิ้นเนื้อติดกระดูกแก่ลูกมือของข้าพระองค์เพื่อให้ปิ้งบริโภค กลิ่นนั้นเห็นจะเป็นกลิ่นของเนื้อนั้นนั่นเอง พระเจ้าข้า. พระราชาทรงรับสั่งให้นำเนื้อนั้นมาแล้ว ทรงแตะวางที่ปลายพระชิวหาหน่อยหนึ่ง จากเนื้อชิ้นนั้น. ในขณะนั้นทีเดียว รสแห่งชิ้นเนื้อนั้น ก็แผ่ซาบซ่านไปทั่วประสาท สำหรับรสถึงเจ็ดพัน พระราชาทรงติดใจในรสตัณหา จึงทรงพระราชทานทรัพย์พันหนึ่ง แก่เจ้าพนักงานเครื่องต้นนั้น แล้วทรงรับสั่งว่า จำเดิมแต่นี้ไป เจ้าจงให้ลูกมือของเจ้าปรุงภัตตาหารให้ แก่พวกธิดาของเรา และแก่เราด้วยแล้ว เจ้าจงนำมาให้เรา ส่วนลูกมือของเจ้านั้น จงนำไปให้พวกธิดาของเรา.

เล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒๓๔๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. กุสชาดก”