[๙๕๕] นารีทั้งหลายผู้ประดับประดางดงาม ดังเทพอัปสรในเทวโลก ฟ้อนรำ ขับร้องเพลงอันไพเราะจับใจ กล่อมปุณณกยักษ์อยู่ในปราสาทนั้น พระ มหาสัตว์ผู้รักษาธรรม รับรองปุณณกยักษ์ด้วยนางบำเรอที่น่ายินดี ทั้งข้าว และน้ำ แล้วคิดถึงประโยชน์ส่วนตน ได้เข้าไปในสำนักของภรรยาใน กาลนั้น ได้กล่าวกะภรรยาผู้ลูบไล้ด้วยจรุณจันทน์และของหอม มีผิว พรรณผุดผ่องดุจแท่งทองชมพูนุทว่า ดูกรนางผู้เจริญ ผู้มีดวงตาอันงดงาม มานี่เถิด จงเรียกบุตรธิดามาฟังคำสั่งสอน นางอโนชาได้ฟังคำของสามี แล้ว ได้กล่าวกะลูกสะใภ้ผู้มีเล็บแดง มีตาอันงามว่า ดูกรเจ้าผู้มี ผิวพรรณดังดอกนิลุบล เจ้าจงไปเรียกบุตรและธิดาของเราผู้แกล้วกล้า สามารถเหล่านั้นมา.

[๙๕๖] พระมหาสัตว์ผู้รักษาธรรม ได้จุมพิตบุตรธิดาผู้มาแล้วนั้นที่กระหม่อม ไม่หวั่นไหว ครั้นเรียกบุตรธิดามาพร้อมแล้วได้กล่าวสั่งสอนว่า พระ ราชาในพระนครอินทปัตนี้ พระราชทานพ่อให้แก่มาณพแล้ว พ่อพึงมี ความสุขของตนเองได้เพียง ๓ วัน ตั้งแต่วันนี้ไป พ้นจากนั้นไป พ่อ ก็ต้องเป็นไปในอำนาจของมาณพนั้น เขาจะพาพ่อไปตามที่เขาปรารถนา ก็พ่อมาเพื่อสั่งสอนลูกทั้งหลาย พ่อยังไม่ได้ทำเครื่องป้องกันให้แก่ลูกทั้ง หลายแล้ว จะพึงไปได้อย่างไร ถ้าว่า พระราชาผู้ปกครองกุรุรัฐ ผู้มีพระ ราชสมบัติอันน่าใคร่เป็นอันมาก ทรงต้องการกัลยาณมิตร จะพึงตรัสถาม ลูกทั้งหลายว่า เมื่อก่อนเจ้าทั้งหลายย่อมรู้เหตุเก่าๆ อะไรบ้าง พ่อของ เจ้าทั้งหลายได้พร่ำสอนอะไรไว้ในกาลก่อนบ้าง ถ้าแหละ พระราชาจะพึง มีพระราชโองการตรัสว่า เจ้าทั้งปวงเป็นผู้มีอาสนะเสมอกันกับเราใน ราชสกุลนี้ มนุษย์คนไร ซึ่งจะมีชาติสกุลสมควรกับพระราชาไม่มี ลูกทั้ง หลายพึงถวายบังคมกราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ พระ องค์อย่าได้รับสั่งอย่างนั้นเลยพระเจ้าข้า เพราะข้อนี้มิใช่ธรรมเนียม ขอ เดชะ ข้าพระองค์ทั้งหลายมีชาติต่ำต้อย ไม่สมควรมีอาสนะเสมอด้วย พระองค์ผู้สูงศักดิ์ เหมือนสุนัขจิ้งจอกผู้มีชาติต่ำต้อย จะพึงมีอาสนะ เสมอด้วยพระยาไกรสรราชสีห์อย่างไรได้ พระเจ้าข้า. จบลักขกัณฑ์

เล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒๒๖๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. วิธุรชาดก