พึงทราบอายตนะ ในบทว่า ด้วยอรรถว่าที่อยู่อาศัย ด้วยอรรถว่าบ่อเกิด ด้วยอรรถว่าที่ประชุม ด้วยอรรถว่าประเทศที่เกิด และด้วยอรรถว่าเหตุ

จริงอย่างนั้น ที่อยู่อาศัย เรียกว่าอายตนะ ในประโยคเป็นต้นว่า ที่อยู่ของอิสรชน ที่อยู่ของวาสุเทพ ในโลก. บ่อเกิด เรียกว่าอายตนะ ในประโยคเป็นต้นว่า บ่อเกิดทอง บ่อเกิดรัตนะ. ที่ประชุมเรียกว่าอายตนะ ในประโยคเป็นต้นว่า ผู้ไปในอากาศทั้งหลายย่อมคบเขาในที่ประชุมที่น่ารื่นรมย์ในศาสนา. ประเทศที่เกิด เรียกว่า อายตนะ ในประโยคเป็นต้นว่า ทักษิณาบถเป็นประเทศที่เกิดของโคทั้งหลาย. เหตุเรียกว่าอายตนะ ในประโยคเป็นต้นว่า เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น พยานย่อมถึงความเป็นผู้ควร ในที่นั้นๆ ทีเดียว.

ก็ในที่นี้เป็นไปทั้ง ๓ อย่าง คือด้วยอรรถว่าประเทศที่เกิด ๑ ด้วยอรรถว่าที่ประชุม ๑ ด้วยอรรถว่าเหตุ ๑. มนะนี้พึงทราบว่าอายตนะ แม้ด้วยอรรถว่าประเทศที่เกิดว่า ก็ธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นต้น ย่อมเกิดในมนะนี้. พึงทราบว่าอายตนะ แม้ด้วยอรรถว่าที่ประชุมว่า รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะและอารมณ์ภายนอก ย่อมประชุมลงในมนะนี้ตามสภาพ. พึงทราบว่าอายตนะ แม้ด้วยอรรถว่าเหตุ เพราะความเป็นเหตุแห่งผัสสะเป็นต้น ด้วยอรรถว่าเป็นปัจจัยแห่งสหชาตธรรมเป็นต้น.

มนินทรีย์มีเนื้อความดังกล่าวแล้วนั่นแล ชื่อว่าวิญญาณ เพราะอรรถว่ารู้แจ้ง. ขันธ์คือวิญญาณ ชื่อวิญญาณขันธ์ พึงทราบเนื้อความแห่งขันธ์นั้น ด้วยสามารถแห่งกองเป็นต้น ก็ท่านกล่าวขันธ์ด้วยอรรถว่ากอง ในประโยคนี้ว่า ย่อมถึงการนับว่ากองน้ำใหญ่ทีเดียว.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๑,๒๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. ปสูรสุตตนิเทส”