ท่านกล่าวด้วยอรรถว่าคุณ ในประโยคเป็นต้นว่า สีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ท่านกล่าวด้วยอรรถว่าเป็นเพียงบัญญัติ ในประโยคนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นแล้วแลซึ่งกองไม้ใหญ่.

แต่ในที่นี้ท่านกล่าวขันธ์โดยรุฬหีศัพท์ ก็เอกเทศแห่งวิญญาณขันธ์ เป็นวิญญาณดวงหนึ่ง ด้วยอรรถว่าเป็นกอง เพราะเหตุนั้นวิญญาณแม้ดวงเดียว ซึ่งเป็นเอกเทศแห่งวิญญาณ ขันธ์ ท่านกล่าวว่าวิญญาณขันธ์ โดยรุฬหีศัพท์ เหมือนเมื่อตัดส่วนหนึ่งของต้นไม้ ก็เรียกว่าตัดต้นไม้ ฉะนั้น.

บทว่า ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ ความว่า มโนวิญญาณธาตุอันสมควรแก่ธรรมมีผัสสะเป็นต้นเหล่านั้น ก็ในบทนี้จิตดวงเดียวนั่นแหละเรียกเป็น ๓ ชื่อ คือมนะ ด้วยอรรถว่ารู้, วิญญาณ ด้วยอรรถว่ารู้แจ้ง, ธาตุ ด้วยอรรถว่าสภาวะบ้าง ด้วยอรรถว่าไม่เป็นสัตว์ไม่เป็นบุคคลบ้าง.

บทว่า สทฺธึ ยุคํสมาคมา ความว่า ร่วมต่อสู้ด้วยกัน.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๑,๒๙๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. ปสูรสุตตนิเทส”