ในไพรสณฑ์นั้นมีต้นไม้มีผลดกและกำลังออกผล และไม่มีผลไรๆ ของต้นไม้นั้นหล่นลงบนพื้นดิน ครั้งนั้นบุรุษผู้มีความต้องการผลไม้ แสวงหาผลไม้ เที่ยวแสวงหาผลไม้อยู่พึงมา เขาหยั่งลงสู่ไพรสณฑ์นั้น พึงเห็นต้นไม้นั้นมีผลดกและกำลังออกผล เขาคิดอย่างนี้ว่า ต้นไม้นี้ใหญ่และมีผลดกและกำลังออกผล ไม่มีผลไรๆ หล่นลงบนพื้นดิน ก็เราขึ้นต้นไม้เป็น อย่ากระนั้นเลย เราพึงขึ้นต้นไม้นี้ เคี้ยวกินให้อิ่ม. และใส่ให้เต็มพกดังนี้ เขาขึ้นต้นไม้นั้น เคี้ยวกินจนอิ่มและใส่เต็มพก.

ครั้งนั้น บุรุษคนที่สองผู้มีความต้องการผลไม้ แสวงหาผลไม้ เที่ยวแสวงหาผลไม้อยู่ พึงถือเอาจอบอันคมมา บุรุษนั้นหยั่งลงสู่ไพรสณฑ์นั้น พึงเห็นต้นไม้นั้นมีผลดกและกำลังออกผล เขาคิดอย่างนี้ว่า ต้นไม้นี้แลมีผลดกและกำลังออกผล และไม่มีผลไรๆ หล่นลงบนพื้นดิน ก็เราขึ้นต้นไม้ไม่เป็น แต่ตัดต้นไม้เป็น อย่ากระนั้นเลย เราพึงตัดโคนต้นไม้นี้ เคี้ยวกินให้อิ่มและใส่ให้เต็มพกดังนี้ เขาตัดโคนต้นไม้นั้น.

ดูก่อนคฤหบดี ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน?

บุรุษคนที่ขึ้นต้นไม้นั้นก่อน ถ้าเขาไม่รีบลงทันที ต้นไม้นั้นพึงล้มลงทำลายมือเท้าหรืออวัยวะอื่นๆ ของเขาเสีย เขาต้องตาย หรือต้องทุกข์ปางตาย เพราะเหตุที่ถูกต้นไม้ทำลายนั้น. อย่างนั้น พระเจ้าข้า.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๑๔๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. กามสุตตนิทเทส”