ชื่อว่าความไม่ผ่องแผ้ว เพราะเมื่อโมหะยังไม่เกิด จิตสันดานใดพึงเป็นความผ่องแผ้วสะอาดบริสุทธิ์ จิตสันดานอันเป็นความผ่องแผ้วนั้นถูกโมหะนี้ประทุษร้าย.

ชื่อว่าความเป็นคนโง่ เพราะความเป็นพาล. ชื่อว่าความหลง เพราะลุ่มหลง. ความหลงมีกำลัง ชื่อว่าความหลงทั่ว. ชื่อว่าความหลงพร้อม เพราะหลงรอบด้าน. ชื่อว่าอวิชชา เพราะไม่รู้ โดยเป็นปฏิปักษ์ต่อความรู้ อวิชชาโอฆะ (ห้วงอวิชชา) อวิชชาโยคะ (ประกอบสัตว์ไว้ในภพคืออวิชชา) ทั้งสองนี้มีความได้กล่าวไว้แล้ว. ชื่อว่าอนุสัย เพราะนอนเนื่องด้วยความมีกำลัง. ชื่อว่าปริยุฏฐานะ เพราะท่วมทับครอบงำจิต. ชื่อว่าลังคิ (ลิ่มคืออวิชชา) เพราะไม่สามารถจะมุ่งหน้าไปสู่ประโยชน์เกื้อกูลได้ เพราะไม่มีการถือประโยชน์ ย่อมติดแน่นอยู่โดยแท้. อธิบายว่า กะโผลกกะเผลก. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าลังคิ เพราะกำจัดได้ยาก. แม้โมหะนี้ ก็ชื่อว่าลังคิ เพราะเป็นดุจลิ่ม.

บทที่เหลือมีความง่ายทั้งนั้น.

พึงทราบความในบทว่า ยา เอวรูปา กงฺขา ดังนี้เป็นต้นต่อไป

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๑,๙๐๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๕. อัตตทัณฑสุตตนิทเทส”