บทว่า เมธาวึ ผู้มีปัญญา คือผู้ประกอบด้วยปัญญา มีโอชะเกิดแต่ธรรม.

บทว่า ตาทิสํ คือ พึงคบ พึงเข้าใกล้บัณฑิตเห็นปานนั้น. เพราะว่าเมื่ออันเตวาสิกคบอาจารย์เช่นนั้น ย่อมมีแต่ความประเสริฐอย่างเดียว ไม่มีความลามก มีแต่ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมฉะนี้.

บทว่า โอวเทยฺย พึงกล่าวสอน คือ เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วกล่าวสอน ชื่อว่าโอวาท เมื่อเรื่องยังไม่เกิดขึ้น พึงชี้ให้เห็นโทษในอนาคต ด้วยคำมีอาทิว่า แม้โทษก็จะพึงมีแก่ท่าน ดังนี้ ชื่อว่าอนุสาสน์. แม้กล่าวสอนต่อหน้าก็ชื่อว่าโอวาท ส่งทูตหรือคำสอนไปลับหลัง ชื่อว่าอนุสาสน์ กล่าวสอนแม้ครั้งเดียวก็ชื่อว่าโอวาท กล่าวสอนบ่อยๆ ชื่อว่าอนุสาสน์ หรือให้โอวาทอย่างเดียวก็ชื่อว่าอนุสาสน์ เพราะเหตุนั้น ภิกษุพึงให้โอวาทและอนุสาสน์ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า อสพฺภา จากอสัตบุรุษ ความว่า พึงห้ามจากอกุศลธรรม พึงให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรม.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๒,๑๑๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๖. สาริปุตตสุตตนิทเทส”