บทว่า ปฏิฆสญฺญาย ได้แก่ ปฏิฆสัญญา กล่าวคือ ทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ด้วยสามารถกุศลวิบากและอกุศลวิบาก ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุกับรูปเป็นต้นกระทบกัน.

บทว่า นานตฺตสญฺญาย ความว่า จิตย่อมสงัด คือว่างจากกามาวจรสัญญา ๔๔ ที่เป็นไปในอารมณ์ต่างๆ.

ในบทว่า อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส นี้ชื่อว่าอนันตะ หาที่สุดมิได้ เพราะอรรถว่าอากาศนั้นไม่มีที่สุด อากาศหาที่สุดมิได้ ชื่อว่าอากาสานันตะ. อากาสานันตะนั่นแหละ เป็นอากาสานัญจะ, อากาสานัญจะนั้นด้วย เป็นอายตนะแห่งฌานพร้อมด้วยสัมปยุตธรรมนั้นด้วย ด้วยอรรถว่าตั้งมั่น ดุจที่อยู่แห่งเทวดาทั้งหลาย ชื่อว่าเทวายตนะ เหตุนั้นจึงชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ. คำนี้เป็นชื่อของฌานที่มีกสิณุคฆาฏิมากาส เป็นอารมณ์ ภิกษุผู้บรรลุอากาสานัญจายตนฌานนั้น คือผู้บรรลุอรูปฌานกุศลและอรูปฌานกิริยา.

บทว่า รูปสญฺญาย ได้แก่ จากรูปาวจรฌานและจากอารมณ์แห่งรูปาวจรฌานนั้น ด้วยหัวข้อคือสัญญา. ด้วยว่า แม้รูปาวจรฌาน ท่านก็เรียกว่า รูป ดุจในประโยคว่า ผู้ได้รูปาวจรแห่งฌานย่อมเห็นรูปเป็นต้น, แม้อารมณ์แห่งรูปาวจรฌานนั้น ท่านก็เรียกว่า รูป ดุจในประโยคว่า เห็นอารมณ์ภายนอก ซึ่งมีวรรณะดีและมีวรรณะทรามเป็นต้น. เพราะฉะนั้น คำนี้จึงเป็นชื่อของรูปาวจรฌาน ด้วยหัวข้อคือสัญญาอย่างนี้ว่า สัญญาในรูป ชื่อว่ารูปสัญญาในที่นี้, ชื่อว่ารูปสัญญา เพราะอรรถว่าฌานนั้นมีสัญญาในรูป. อธิบายว่า รูปเป็นชื่อของฌานนั้น.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๔๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. คุหัฏฐกสุตตนิทเทส”