ในวรรณะ ๒ อย่างนั้น ผู้ที่เมื่อเขากล่าวกันว่า ผู้อื่นมีรูปน่าเลื่อมใส ดังนี้ ไม่ประสงค์จะกล่าว ชื่อว่าตระหนี่วรรณะแห่งสรีระ, ผู้ที่ไม่ประสงค์จะกล่าวสรรเสริญผู้อื่นด้วยศีลธุดงค์ปฏิปทา อาจาระ ชื่อว่าวรรณะมัจฉริยะ.
บทว่า ธมฺโม ได้แก่ ปริยัติธรรมและปฏิเวธธรรม.
บรรดาธรรม ๒ อย่างนั้น พระอริยสาวกทั้งหลายย่อมไม่ตระหนี่ปฏิเวธธรรม ย่อมปรารถนาให้โลกพร้อมทั้งเทวโลกแทงตลอดธรรมที่ตนแทงตลอดแล้ว ย่อมปรารถนาว่า ขอคนอื่นๆ จงรู้ปฏิเวธธรรมนั้นด้วย. ชื่อว่าธรรมมัจฉริยะ ในธรรมคือพระพุทธพจน์นั่นแลมีอยู่, บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมมัจฉริยะนั้น รู้คัณฐะหรือกถามรรคที่ลี้ลับอันใด ไม่ประสงค์จะให้คนอื่นๆ รู้คัณฐะหรือกถามรรคอันนั้น.
แต่ผู้ใดไม่ให้โดยสอบสวนบุคคลแล้ว อนุเคราะห์ด้วยธรรม หรือโดยสอบสวนธรรม อนุเคราะห์บุคคล ผู้นี้ไม่ชื่อว่ามีธรรมมัจฉริยะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที