บรรดาบทเหล่านั้น ชื่อว่าสุข เพราะอรรถว่าเป็นไปสบาย. ชื่อว่าเวทนา เพราะอรรถว่าเสวยอารมณ์. ชื่อว่าทุกข์ เพราะอรรถว่าเป็นไปลำบาก. นามมีความน้อมไปเป็นลักษณะ. รูปมีความแตกดับไปเป็นลักษณะ, อายตนะภายใน ๖ มีจักขวายตนะเป็นต้น, อายตนะภายนอก ๖ มีรูปายตนะเป็นต้น, เบญจขันธ์มีรูปขันธ์เป็นต้น เป็นสักกายะ ด้วยอรรถว่ามีอยู่, อวิชชา กรรม ตัณหา อาหาร ผัสสะและนามรูป เป็นสักกายสมุทัย.

บทว่า จกฺขุสมฺผสฺโส ความว่า ชื่อว่าจักษุ เพราะอรรถว่าบอกให้รู้จักอะไรๆ. อธิบายว่า ยินดี คือทำให้แจ้งซึ่งรูป, สัมผัสที่เป็นไปทางจักษุ ชื่อจักขุสัมผัสสะ.

ก็จักขุสัมผัสสะนั้นเป็นปัจจัยแก่เวทนาที่สัมปยุตกับด้วยตน ด้วยอำนาจปัจจัย ๘ ปัจจัย คือ สหชาตะ, อัญญมัญญะ, นิสสยะ, วิปากะ, อาหาระ, สัมปยุตตะ, อัตถิ, อวิคตะ,

ชื่อว่าโสตะ เพราะอรรถว่าฟัง. โสตะนั้นให้สำเร็จความเป็นวัตถุและทวารตามควรแก่โสตวิญญาณเป็นต้น ตั้งอยู่ในประเทศมีสัณฐานดังเจาะด้วยนิ้วมือ มีขนสีแดงบางๆ ขึ้นคลุม ภายในช่องสสัมภารโสตะ. สัมผัสที่เป็นไปทางโสต ชื่อโสตสัมผัสสะ.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๖๙๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. คุหัฏฐกสุตตนิทเทส”