ชื่อว่า เตจีวริก เพราะอรรถว่ามีไตรจีวร กล่าวคือสังฆาฏิ อุตตราสงค์และอันตรวาสกเป็นปกติ. องค์แห่งเตจีวริกผู้มีไตรจีวรเป็นปกติ ชื่อเตจีวริกังคะ.
บทว่า สปทานจาริกงฺคํ ความว่า ความขาด ท่านเรียกว่า ทานะ. ปราศจากความขาด ชื่อว่าอปทานะ. อธิบายว่า ไม่ขาด. กับด้วยการปราศจากความขาด ชื่อว่าสปทานะ. ท่านอธิบายว่า เว้นจากความขาด คือตามลำดับเรือน.
ชื่อว่า สปทานจารี เพราะอรรถว่ามีการเที่ยวไปตามลำดับเรือนเป็นปกติ. สปทานจารีนั่นแหละเป็นสปทานจาริกะ. องค์แห่งสปทานจาริกะผู้เที่ยวไปตามลำดับเรือนเป็นปกติ ชื่อสปทานจาริกังคะ.
บทว่า ขลุ ในบทว่า ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ เป็นนิบาตลงในอรรถปฏิเสธ มีผู้ปวารณา ภัตที่ได้มาภายหลัง ชื่อว่าปัจฉาภัต. การบริโภคภัตที่ได้มาภายหลัง ชื่อว่าปัจฉาภัตโภชน์. ชื่อว่าปัจฉาภัตติกะ เพราะอรรถว่ามีปัจฉาภัตเป็นปกติ. เพราะทำสัญญาในปัจฉาภัตโภชน์นั้นว่าปัจฉาภัต มิใช่ปัจฉาภัตติกะ ชื่อว่าขลุปัจฉาภัตติกะ คำนี้เป็นชื่อของการบริโภคมากเกินซึ่งห้ามไว้ด้วยสามารถสมาทาน. องค์แห่งขลุปัจฉาภัตติกะ ผู้ไม่บริโภคภัตที่ได้มาภายหลัง ชื่อขลุปัจฉาภัตติกังคะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที