บทว่า สพฺเพ สงฺขารา ความว่า ธรรมพร้อมด้วยปัจจัยทั้งปวง. ด้วยว่าธรรมเหล่านั้นชื่อว่าสังขารอันปัจจัยปรุงแต่ง ย่อมร่วมกระทำด้วยปัจจัยทั้งหลาย เหตุนั้นจึงชื่อว่าสังขาร. สังขารเหล่านั้นท่านกล่าวโดยวิเศษว่า สังขตะ เพราะร่วมกระทำด้วยปัจจัยทั้งหลายด้วยประการฉะนี้.

ในอรรถกถาทั้งหลายกล่าวว่า ธรรมมีรูปที่เป็นไปในภูมิ ๓ เป็นต้นที่บังเกิดเพราะกรรม ชื่อว่าอภิสังขตสังขาร. อภิสังขตสังขารแม้เหล่านั้นย่อมสงเคราะห์เข้าในสังขตสังขารทั้งหลาย. ในประโยคว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ เป็นต้น สังขารที่มีอวิชชาเป็นปัจจัยนั่นแลมาในประโยคว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษบุคคลผู้ไปด้วยอวิชชานี้ ย่อมปรุงแต่งปุญญาภิสังขาร เป็นต้น.

กุศลเจตนาและอกุศลเจตนาที่เป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่าสังขารเครื่องปรุงแต่งความเพียรทางกายและความเพียรทางใจ ที่มาในประโยคว่า คติแห่งอภิสังขารมีประมาณเท่าใด ไปประมาณเท่านั้น เข้าใจว่าได้ตั้งอยู่กำจัดอินทรีย์ เป็นต้น ชื่อว่าปโยคาภิสังขาร.

วิตกวิจารที่มาในประโยคว่า แน่ะท่านวิสาขะ วจีสังขารของภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธแลย่อมดับก่อน ต่อแต่นั้นกายสังขารดับ ต่อแต่นั้น จิตตสังขารดับเป็นต้น ชื่อวจีสังขาร เพราะอรรถว่าปรุงแต่งวาจา. ลมอัสสาสะลมปัสสาสะชื่อกายสังขาร เพราะอรรถว่าปรุงแต่งกาย. สัญญาและเวทนาชื่อจิตตสังขาร เพราะอรรถว่าปรุงแต่งจิต.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๙๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. สุทธัฏฐกสุตตนิทเทส”