ในบทว่า อุปาทานปจฺจยา ภโว นี้ ประสงค์เอากรรมภพ แต่อุปปัตติภพ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งการยกบทขึ้นแสดง.

บทว่า ภวปจฺจยา ชาติ ความว่า เพราะกรรมภพเป็นปัจจัยจึงปรากฏปฏิสนธิขันธ์ทั้งหลาย.

หากจะมีคำถามในข้อนั้นว่า ก็ข้อว่า ภพเป็นปัจจัยแก่ชาตินั้น จะรู้ได้อย่างไร? รู้ได้โดยความปรากฏต่างกันมีเลวและประณีตเป็นต้นแม้ในความบริบูรณ์ด้วยปัจจัยภายนอก.

ด้วยว่า ความต่างกันมีเลวและประณีตเป็นต้นของเหล่าสัตว์ตั้งร้อยคู่ ย่อมปรากฏแม้ในความบริบูรณ์ด้วยปัจจัยภายนอกมีบิดามารดา ความบริสุทธิ์เลือดและอาหารเป็นต้น. และความต่างกันนั้นไม่มีเหตุก็หามิได้ เพราะไม่มีในกาลทั้งปวงและแก่สัตว์ทั้งปวงเลย. มีเหตุอื่นจากกรรมภพก็หามิได้ เพราะไม่มีเหตุอย่างอื่นในสันดานภายในของเหล่าสัตว์ผู้บังเกิดในภพนั้น. ดังนั้นจึงชื่อว่า มีกรรมภพเป็นเหตุแท้ เพราะกรรมเป็นเหตุแห่งความต่างกันมีเลวและประณีตเป็นต้นของสัตว์ทั้งหลาย. ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต. เพราะฉะนั้นพึงทราบข้อนี้ว่า ภพเป็นปัจจัยแก่ชาติ ดังนี้.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๙๘๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. สุทธัฏฐกสุตตนิทเทส”