รุปฺปตีติ โข ภิกฺขเว ตสฺมา `รูปนฺ'ติ วุจฺจตี"ติ. ๑-
ตตฺถ รุปฺปตีติ กุปฺปติ ฆฏฺฏียติ ปีฬียติ, ภิชฺชตีติ อตฺโถ. สีเตน ตาว รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. มหึสกรฏฺฐาทีสุปิ หิมปาตสีเตสุ ปเทเสสุ เอตํ ปากฏเมว. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนฉินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาปุณนฺติ.
อุเณฺหน รุปฺปนํ อวีจิมหานิรเย ๒- ปากฏํ. ตตฺถ หิ ตตฺตาย โลหปฐวิยา นิปชฺชาเปตฺวา ปญฺจวิธพนฺธนาทิกรณกาเล สตฺตา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺติ.
ชิฆจฺฉาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย เจว ทุพฺภิกฺขกาเล จ ปากฏํ. เปตฺติวิสยสฺมึ หิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ กิญฺจิเทว อามิสํ หตฺเถน คเหตฺวา มุเข ปกฺขิปนฺตา นาม น โหนฺติ, อนฺโตอุทรํ อาทิตฺตสุสิรรุกฺโข วิย โหติ. ทุพฺภิกฺเข กญฺชิกมตฺตมฺปิ อลภิตฺวา มรณสตฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ.