โมเนนาติ กามํ หิ โมเนยฺยปฏิปทาสงฺขาเตน มคฺคญาณโมเนน มุนิ นาม โหติ, อิธ ปน ตุณฺหีภาวํ สนฺธาย "น โมเนนา"ติ ๒- วุตฺตํ. มูฬฺหรูโปติ ตุจฺฉรูโป. อวิทฺทสูติ อวิญฺญู. เอวรูโป หิ ตุณฺหีภูโตปิ มุนิ นาม น โหติ. อถ วา โมเนยฺยมุนิ นาม น โหติ, ตุจฺฉภาโว จ ปน อญาณีว ๓- โหตีติ อตฺโถ. โย จ ตุลํว ปคฺคยฺหาติ ยถา หิ ตุลํ คเหตฺวา ฐิโต อติเรกํ เจ โหติ, หรติ, อูนํ เจ โหติ, ปกฺขิปติ, เอวเมว โส อติเรกํ หรนฺโต วิย ปาปํ หรติ ปริวชฺเชติ, อูนเก ปกฺขิปนฺโต วิย กุสลํ ปริปูเรติ. เอวญฺจ ปน กโรนฺโต สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนสงฺขาตํ วรํ อุตฺตมเมว อาทาย ปาปานิ อกุสลกมฺมานิ ปริวชฺเชติ ส มุนิ นามาติ อตฺโถ. เตน โส มุนีติ กสฺมา ปน โส มุนีติ เจ? ยํ เหฏฺฐา วุตฺตการณํ, เตน โส มุนีติ อตฺโถ. โย มุนาติ อุโภ โลเกติ โย ปุคฺคโล อิมสฺมึ ขนฺธาทิโลเก ตุลํ อาโรเปตฺวา มินนฺโต วิย "อิเม อชฺฌตฺติกา ขนฺธา, อิเม พาหิรา"ติอาทินา นเยน อิเม อุโภ อตฺเถ มุนาติ. มุนิ เตน ปวุจฺจตีติ เตน ปน การเณน "มุนี"ติ วุจฺจติเยวาติ อตฺโถ.
อสตญฺจาติ คาถาย อยํ สงฺเขปตฺโถ:- ยฺวายํ อกุสลกุสลปฺปเภโท, อสตญฺจ สตญฺจ ธมฺโม, ตํ "อชฺฌตฺตพหิทฺธา"ติ อิมสฺมึ สพฺพโลเก ปวิจยญาเณน อสตญฺจ สตญฺจ ญตฺวา ธมฺมํ. ตสฺส ญาตตฺตา เอว, ราคาทิเภทโต สตฺตวิธํ สงฺคํ ตณฺหาทิฏฺฐิเภทโต ทุวิธํ ชาลญฺจ อติจฺจ อติกฺกมิตฺวา ฐิโต, โส เตน โมนสงฺขาเตน ปวิจยญาเณน สมนฺนาคตตฺตา มุนิ. เทวมนุสฺเสหิ ปูชิโตติ อิทํ ปนสฺส ถุติวจนํ. โส หิ ขีณาสวมุนิตฺตา เทวมนุสฺสานํ ปูชารโห โหติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺโตติ.
สลฺลนฺติ มูลปทํ. สตฺต สลฺลานีติ คณนปริจฺเฉโท. ราคสลฺลนฺติ รญฺชนฏฺเฐน ราโค จ ปีฬาชนกตาย อนฺโตตุทนตาย ทุนฺนีหรณตาย สลฺลญฺจาติ ราคสลฺลํ. โทสสลฺลาทีสุปิ เอเสว นโย. อพฺพูฬฺหสลฺโลติ มูลปทํ. อพฺพูหิตสลฺโลติ ๑- นีหฏสลฺโล. อุทฺธฏสลฺโลติ ๒- อุทฺธํ หตสลฺโล อุทฺธริตสลฺโล. สมุทฺธฏสลฺโลติ ๓- อุปสคฺควเสน วุตฺโต. อุปฺปาฏิตสลฺโลติ ลุญฺจิตสลฺโล. สมุปฺปาฏิตสลฺโลติ อุปสคฺควเสน. ๔-