อิโต ปรํ ปน ยฺวายํ อชานํเยว "ชานามี"ติอาทินา นเยน สมฺปชานมุสา ภณติ, ยสฺมา โส "อิทํ อภูตนฺ"ติ เอวํทิฏฺฐิโก โหติ, ตสฺส หิ อตฺเถว อยํ ลทฺธิ. ตถา "อิทํ อภูตนฺ"ติ เอวมสฺส ขมติ เจว รุจฺจติ จ. เอวมสฺส สญฺญา, เอวํ สภาวเมว จสฺส จิตฺตํ "อิทํ อภูตนฺ"ติ. ยทา ปน มุสา วตฺตุกาโม โหติ, ตทา ตํ ทิฏฺฐึ วา ทิฏฺฐิยา สห ขนฺตึ วา ทิฏฺฐิขนฺตีหิ สทฺธึ รุจึ วา ทิฏฺฐิขนฺติรุจีหิ สทฺธึ สญฺญํ วา ทิฏฺฐิขนฺติรุจิสญฺญาหิ สทฺธึ ภาวํ วา วินิธาย นิกฺขิปิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อวิภูตํ ๑- กตฺวา ภณติ. ตสฺมา เตสมฺปิ วเสน องฺคเภทํ ทสฺเสตุํ "อปิ จ จตูหากาเรหี"ติอาทิ วุตฺตํ.
เอตฺถ จ วินิธาย ทิฏฺฐินฺติ พลวธมฺมวินิธานวเสเนตํ วุตฺตํ. วินิธาย ขนฺตินฺติอาทีนิ ตโต ทุพฺพลานํ วินิธานวเสน วินิธาย สญฺญนฺติ อิทมฺปเนตฺถ สพฺพทุพฺพลธมฺมวินิธานวเสน. สญฺญามตฺตมฺปิ นาม อวินิธาย สมฺปชานมุสา ภาสิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ.
[๕๕] มนฺโทว ปริกิสฺสตีติ ปาณวธาทีนิ กโรนฺโต ตโตนิทานญฺจ ทุกฺขมนุโภนฺโต โภคปริเยสนารกฺขณานิ จ กโรนฺโต โมมูโห วิย ปริกิลิสฺสติ.
ตเมนํ ราชาโน คเหตฺวา วิวิธา กมฺมการณา กาเรนฺตีติ น ราชาโน กโรนฺติ, ราชวิธานปุริสา ๒- นานาวิธานิ กมฺมการณานิ กโรนฺติ. กสาหิปิ ตาเฬนฺตีติ กุสทณฺฑเกหิปิ ตชฺเชนฺติ. ๓- เวตฺเตหีติ เวตฺตลตาหิ. อฑฺฒทณฺฑเกหีติ มุคฺคเรหิ, ปหารสาธนตฺถํ วา จตุหตฺถทณฺฑํ ทฺวิธา ฉินฺทิตฺวา ๔- คหิตทณฺฑเกหิ. พิลงฺคถาลิกนฺติ กญฺชิกอุกฺขลิกกมฺมการณํ. ตํ กโรนฺตา สีสกปาลํ อุปฺปาเฏตฺวา ตตฺตํ อโยคุฬํ สณฺฑาเสน คเหตฺวา ตตฺถ ปกฺขิปนฺติ, เตน มตฺถลุงฺคํ ปกฺกุฏฺฐิตฺวา อุปริ อุตฺตรติ. สงฺขมุณฺฑิกนฺติ สงฺขมุณฺฑกมฺมการณํ. ตํ กโรนฺตา อุตฺตโรฏฺฐอุภโตกณฺณจูฬิกคลวาฏกปริจฺเฉเทน จมฺมํ ฉินฺทิตฺวา สพฺพเกเส เอกโต คณฺฐึ กตฺวา ทณฺฑเกน