ชาเนยฺยามาติ ชานิสฺสาม. อาชาเนยฺยามาติ วิเสเสน ชานิสฺสาม. วิชาเนยฺยามาติ อเนกวิเธน ชานิสฺสาม. ปฏิวิชาเนยฺยามาติ สมฺมา ชานิสฺสาม. ปฏิวิชฺเฌยฺยามาติ จิตฺเตน พุชฺฌิสฺสาม.
[๑๐๙] น สญฺญสญฺญีติ ยถา สเมตสฺส วิโภติ รูปํ, โส ปกติสญฺญาย สญฺญีปิ น โหติ. น วิสญฺญสญฺญีติ วิสญฺญายปิ วิรูปาย สญฺญาย วิสญฺญี น โหติ อุมฺมตฺตโก วา ขิตฺตจิตฺโต วา. โนปิ อสญฺญีติ สญฺญาวิรหิโตปิ น โหติ นิโรธสมาปนฺโน วา อสญฺญสตฺโต วา. น วิภูตสญฺญีติ "สพฺพโส รูปสญฺญานนฺ"ติอาทินา ๑- นเยน สมติกฺกนฺตสญฺญีปิ น โหติ อรูปชฺฌานลาภี. เอวํ สเมตสฺส วิโภติ รูปนฺติ เอตสฺมึ สญฺญสญฺญิตาทิภาเว อฏฺฐตฺวา ยเทตํ วุตฺตํ "โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ฯเปฯ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติปฏิลาภตฺถาย จิตฺตํ อภินีหรตี"ติ, เอวํ สเมตสฺส อรูปมคฺคสมงฺคิโน ๒- วิโภติ รูปํ. สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขาติ เอวํ ปฏิปนฺนสฺสาปิ จ ยา สญฺญา, ตํนิทานา ตณฺหาทิฏฺฐิปปญฺจาสฺส อปฺปหีนาว โหนฺตีติ ทสฺเสติ.
อสญฺญิโน วุจฺจนฺติ นิโรธสมาปนฺนาติ สญฺญาเวทนา นิโรเธตฺวา นิโรธสมาปนฺนา สญฺญาภาเวน อสญฺญิโนติ กถิยนฺติ. อสญฺญสตฺตาติ สพฺเพน สพฺพํ สญฺญาภาเวน อสญฺญภเว นิพฺพตฺตา.
โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติ ตตฺถ โสติ โส ภิกฺขุ. เอวนฺติ จตุตฺถชฺฌานกฺ- กมนิทสฺสนเมตํ, อิมินานุกฺกเมน จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลภิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. สมาหิเตติ อิมินา จตุตฺถชฺฌานสมาธินา สมาหิเต. ปริสุทฺเธติอาทีสุ ปน อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธิภาเวน ปริสุทฺเธ. ปริสุทฺธตฺตาเยว ปริโยทาเต, ปภสฺสเรติ วุตฺตํ โหติ. สุขาทีนํ ปจฺจยานํ ฆาเตน วิหตราคาทิองฺคณตฺตา อนงฺคเณ. อนงฺคณตฺตาเยว จ วิคตูปกฺกิเลเส. องฺคเณน หิ จิตฺตํ อุปกฺกิลิสฺสติ. สุภาวิตตฺตา มุทุภูเต, วสีภาวปฺปตฺเตติ วุตฺตํ โหติ. วเส วตฺตมานํ หิ จิตฺตํ มุทูติ วุจฺจติ. มุทุตฺตาเยว