[๒๙๒] คำว่า เพราะประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญย่อมไม่มี มีความว่า ไม่ มีประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญ คือ ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้ง ๒ อย่าง ประโยชน์มีในชาตินี้ ประโยชน์มีในชาติหน้า ประโยชน์ตื้น ประโยชน์ลึก ประโยชน์ ลี้ลับ ประโยชน์ที่ปิดบัง ประโยชน์ที่ควรนำไป ประโยชน์ที่นำไปแล้ว ประโยชน์ไม่มีโทษ ประโยชน์ปราศจากกิเลส ประโยชน์อันบริสุทธิ์ ประโยชน์อย่างยิ่ง ย่อมไม่มี ไม่ปรากฏ ไม่เข้าไป ได้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญย่อมไม่มี. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ความวิวาทกันเหล่านี้ เกิดแล้วในสมณะทั้งหลาย ความยินดีและความ ยินร้ายย่อมมีในเพราะความวิวาทเหล่านั้น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึง งดเว้นการคัดค้านกัน เพราะประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญย่อม ไม่มี.

[๒๙๓] ก็หรือว่า บุคคลกล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท ย่อมเป็นผู้ถูกสรรเสริญ ในเพราะทิฏฐินั้น บุคคลนั้นย่อมหัวเราะ และเฟื่องฟูขึ้นด้วยประโยชน์ ในความชนะนั้น เพราะบุคคลนั้น บรรลุประโยชน์นั้นแล้ว เป็นผู้สมใจนึก.

[๒๙๔] คำว่า ก็หรือว่า ... ย่อมเป็นผู้ถูกสรรเสริญในเพราะทิฏฐินั้น มีความว่า คำว่า ในเพราะทิฏฐินั้น คือ บุคคลย่อมเป็นผู้อันชนหมู่มากสรรเสริญ ชมเชย ยกย่อง พรรณนาคุณใน เพราะทิฏฐิ ความความ ควรชอบใจลัทธิของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ก็หรือว่า ... ย่อมเป็นผู้ ถูกสรรเสริญในเพราะทิฏฐินั้น.

[๒๙๕] คำว่า กล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท มีความว่า กล่าว บอก พูด แถลง แสดง ให้รุ่งเรือง บัญญัติ กำหนดซึ่งวาทะของตนและวาทะอนุโลมแก่วาทะของตน ในท่ามกลางขัตติยบริษัท พราหมณบริษัท คหบดีบริษัท สมณบริษัท เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กล่าววาทะ ในท่ามกลางบริษัท.

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๑๐๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. ปสูรสุตตนิเทส