[๖๑๑] คำว่า เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในคำว่า สมมติเหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้ ที่เกิดแต่ปุถุชน ความว่า ทั้งปวงโดยกำหนดทั้งปวง ทั้งปวงโดยประการทั้งปวง หาส่วนเหลือมิได้ ไม่มีส่วน เหลือ. คำว่า เหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้เป็นเครื่องกล่าวรวมหมด. คำว่า สมมติ คือ ทิฏฐิ ๖๒ประการ เรียกว่าสมมติ. คำว่า ที่เกิดแต่ปุถุชน คือ สมมติเหล่านั้นอันปุถุชนให้เกิด หรือว่า อันชนเจ้าทิฏฐิต่างๆ มากให้เกิด ฉะนั้น จึงชื่อว่า ที่เกิดแต่ปุถุชน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สมมติเหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้ ที่เกิดแก่ปุถุชน.

[๖๑๒] คำว่า บุคคลผู้มีความรู้ ย่อมไม่ถึงสมมติทั้งปวงเหล่านั้น ความว่า บุคคล ผู้มีความรู้ ถึงวิชชา มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส ย่อมไม่ถึง ไม่เข้าถึง ไม่เข้าไปถึง ไม่ถือ ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่น ซึ่งสมมติทั้งปวงเหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลผู้มีความรู้ ย่อมไม่ถึงสมมติทั้งปวงเหล่านั้น. ว่าด้วยกิเลสเครื่องเข้าถึง ๒ อย่าง

[๖๑๓] ชื่อว่า กิเลสเป็นเครื่องเข้าถึง ในคำว่า บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึง นั้น ... พึงถึงสังขารธรรมอันควรเข้าถึงอะไรเล่า? ได้แก่กิเลสเป็นเครื่องเข้าถึง ๒ อย่าง คือ กิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงคือตัณหา ๑ กิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงทิฏฐิ ๑ ฯลฯ นี้ชื่อว่ากิเลสเป็นเครื่อง เข้าถึงคือตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่ากิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงคือทิฏฐิ บุคคลนั้นละกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึง คือตัณหา สละคืนกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงคือทิฏฐิ เพราะเป็นผู้ละกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงคือตัณหา สละคืนกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงคือทิฏฐิ ชื่อว่าไม่มีกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึง พึงเข้าถึง เข้าไปถือ ยึดมั่น ถือมั่น ซึ่งรูปอะไร เวทนาอะไร สัญญาอะไร สังขารอะไร วิญญาณอะไร คติอะไร อุปบัติอะไร ปฏิสนธิอะไร ภพอะไร สงสารอะไร วัฏฏะอะไร ว่าเป็นตนของเรา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงนั้น ... พึงถึงสังขารธรรมอันควรเข้าถึงอะไรเล่า?

[๖๑๔] คำว่า ไม่ทำความชอบใจในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน ความว่า ไม่ทำความ ชอบใจ ความพอใจ ความรัก ความกำหนัด คือ ไม่ยังความชอบใจเป็นต้นให้เกิด ให้เกิด พร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดเฉพาะ ในรูปที่เห็น หรือในความหมดจดเพราะรูปที่เห็น ในเสียง ที่ได้ยิน หรือในความหมดจดเพราะในเสียงที่ได้ยิน หรือในความหมดจดเพราะอารมณ์ที่ทราบ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่ทำความชอบใจในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า สมมติเหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้ ที่เกิดแต่ปุถุชน บุคคลผู้มีความรู้ย่อมไม่ถึง สมมติทั้งปวงเหล่านั้น บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องเข้าถึงนั้น ไม่ทำ ความชอบใจในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน พึงถึงสังขารธรรมอันควรเข้า ถึงอะไรเล่า?

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๒๐๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. มหาวิยูหสุตตนิเทส