[๘๐๕] คำว่า เพราะได้เห็น ในคำว่า เพราะได้เห็น ... เราจึงได้มีความไม่ยินดี ความว่า เพราะเห็น ประสบ พิจารณา เทียบเคียง ทำให้แจ่มแจ้ง ทำให้เป็นแจ้ง เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะได้เห็น. คำว่า เราจึงได้มีความไม่ยินดี ความว่า ความไม่ยินดี ความ ไม่ยินดียิ่ง กิริยาที่ไม่ยินดียิ่ง ความระอา ความเบื่อ ได้มีแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะ ได้เห็น ... เราจึงได้มีความไม่ยินดี.

[๘๐๖] ศัพท์ว่า อถ ในคำว่า อนึ่ง เราได้เห็นลูกศร ... ใน สัตว์ทั้งหลายนั้น เป็น บทสนธิ ฯลฯ ศัพท์ว่า อถ นี้ เป็นไปตามลำดับบท. คำว่าในนั้น เพ่งความว่า ในสัตว์ทั้งหลายชื่อว่าลูกศร ได้แก่ลูกศร ๗ ประการ คือ ลูกศรคือราคะ ลูกศรคือโทสะ ลูกศรคือโมหะ ลูกศรคือมานะ ลูกศรคือทิฏฐิ ลูกศรคือความโศก ลูกศรคือความสงสัย. คำว่า เราได้เห็นแล้ว ความว่า ได้ประสบ ได้พบ ได้เห็น แทงตลอดแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อนึ่ง เราได้เห็น ลูกศร ... ในสัตว์ทั้งหลายนั้น.

[๘๐๗] คำว่า อันเห็นได้ยาก ในคำว่า อันเห็นได้ยาก อาศัยหทัย ความว่า เห็นได้ยาก ดูได้ยาก พบได้ยาก รู้ได้ยาก ตามรู้ได้ยาก แทงตลอดได้ยาก จิต ได้แก่จิต ใจ มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุอันเกิดแต่วิญญาณ ขันธ์นั้น เรียกว่า หทัย ในคำว่า อันอาศัยหทัย. คำว่า อันอาศัยหทัย คือ อันอาศัยหทัย อาศัย จิต ร่วมอาศัยจิต ไปร่วม เกิดร่วม เกี่ยวข้อง สัมปยุตด้วยจิต เกิดขึ้นพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุเดียวกัน มีอารมณ์เดียวกันกับจิต เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อันเห็นได้ยาก อาศัยหทัย. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เพราะได้เห็นที่สิ้นสุด ที่สกัดกั้น เราจึงได้มีความไม่ยินดี อนึ่ง เราได้ เห็นลูกศรอันเห็นได้ยาก อาศัยหทัย ในสัตว์ทั้งหลายนั้น.

[๘๐๘] สัตว์อันลูกศรใดปักติดแล้ว ย่อมแล่นพล่านไปสู่ทิศทั้งปวง เพราะถอน ลูกศรนั้นเสียแล้ว ย่อมไม่แล่นไป ย่อมไม่ล่มจม. ว่าด้วยลูกศร ๗ ประการ

เล่มที่ ๒๙ ขุททกนิกาย มหานิทเทส๒๗๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๕. อัตตทัณฑสุตตนิทเทส