อธิบายว่า มีรัศมีเป็นกลุ่มเดียวกันด้วยสีของรัศมีจากกายงาม. เพราะรัศมีของเทพเหล่านั้นขาดแล้วๆ ไม่เหมือนของอาภัสสรเทพทั้งหลาย. เทพปริตตสุภา อัปปมาณสุภา สุภกิณหา เกิดด้วยอำนาจแห่งฌานที่เป็นปริตตฌาน มัชฌิมฌานและปณีตฌาน แห่งตติยฌานในจตุกนัย แห่งจตุตถฌานในปัญจกนัย.

ทวยเทพทั้งหมดเหล่านั้น พึงทราบว่ามีกายอย่างเดียวกันและมีสัญญาอย่างเดียวกันด้วยจตุตถฌานสัญญา แม้พวกเทพเวหัปผลาก็ย่อมเสพวิญญาณฐิติที่ ๔.

อสัญญสัตว์ คือสัตว์ที่ไม่มีสัญญา ไม่สงเคราะห์เข้าในที่นี้ แต่สงเคราะห์เข้าในสัตตาวาส.

เทพสุทธาวาสทั้งหลายดำรงอยู่ในฝ่ายวิวัฏฏะ ไม่เป็นไปตลอดกาลทั้งหมด ไม่เกิดในโลกในกาลที่ว่างจากพระพุทธเจ้าแสนกัปบ้าง อสงไขยกัปบ้าง เมื่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายอุบัติขึ้นในระหว่าง ๑๖,๐๐๐ กัป เทพเหล่านั้นจึงเกิด. เป็นเช่นกับค่ายพักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ยังพระธรรมจักรให้เป็นไป. เพราะฉะนั้น เทพเหล่านั้นจึงไม่เสพวิญญาณฐิติ ไม่เสพสัตตาวาส.

เล่มที่ ๓๐ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส๒๘๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “โปสาลมาณวกปัญหานิทเทส”