แม้ในบทนี้ว่า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ, ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. โดยความก็ไม่ต่างกัน.
ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ผู้ใดเป็นพระอริยะ ผู้นั้นแหละเป็นสัตบุรุษ ผู้ใดเป็นสัตบุรุษ ผู้นั้นแหละเป็นพระอริยะ ธรรมใดของพระอริยะ ธรรมนั้นของสัตบุรุษ ธรรมใดของสัตบุรุษ ธรรมนั้นของพระอริยะ อริยะวินัยก็คือสัปปุริสวินัย สัปปุริสวินัยก็คืออริยวินัย.
บทว่า อริเย สปฺปุริเส อริยธมฺเม สปฺปุริสธมฺเม อริยวินเย หรือ สปฺปุริสวินเย ก็อย่างเดียวกันกับบทว่า เอกเสเส เอเก เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต หรือ ตญฺเญ เอาความทั้งหมดว่า เป็นอันเดียวกัน เสมอกัน เกิดที่เดียวกัน.
บทว่า รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ ตามเห็นรูปโดยความเป็นตน คือคนบางพวกในโลกนี้ ตามเห็นรูปและตนทั้งสองอย่างว่า รูปก็คือเรา เราก็คือรูป. เหมือนอย่างว่า ตามเห็นเปลวไฟและสีทั้งสองอย่างของตะเกียงน้ำมันกำลังเผาอยู่ว่า เปลวไฟก็คือสี สีก็คือเปลวไฟฉันใด คนบางพวกในโลกนี้ก็ฉันนั้น ตามเห็นรูปโดยความเป็นตน คือตามเห็นทิฏฐิว่าตนมีรูปอย่างนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที