ท่านกล่าวว่า เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็ชื่อว่าไม่รักษาจักขุนทรีย์ ไม่ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ การสำรวมหรือไม่สำรวมย่อมไม่มีในจักขุนทรีย์นั้น ด้วยว่าสติหรือความหลงลืมสติ หาได้เกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุประสาทไม่ ถึงอย่างนั้น เมื่อใดรูปารมณ์มาสู่คลองแห่งจักษุในกาลใด ในกาลนั้นเมื่อภวังคจิตเกิดขึ้นสองครั้งแล้วดับไป กิริยามโนธาตุเกิดขึ้น ยังอาวัชชนกิจ ให้สำเร็จแล้วดับไป.

แต่นั้น จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้นทำสันตีรณกิจ คือทำหน้าที่เห็นแล้วดับไป จากนั้น วิปากมโนธาตุเกิดขึ้นให้สำเร็จสัมปฏิจฉนกิจ คือทำหน้าที่รับแล้วดับไป.

จากนั้น วิบากมโนวิญญาณธาตุอันเป็นอเหตุกะเกิดขึ้นให้สำเร็จสันตีรณกิจ คือทำหน้าที่พิจารณาแล้วดับไป.

จากนั้น กิริยามโนวิญญาณธาตุอันเป็นอเหตุกะเกิดขึ้นยังโวฏฐัพพนกิจ คือการตัดสินอารมณ์ให้สำเร็จแล้วดับไป ในลำดับนั้น ชวนจิตย่อมแล่นไป.

เล่มที่ ๓๐ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส๖๕๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ขัคควิสาณสุตตนิทเทส”