สนฺทิฏฺฐิกนฺติ โลกุตฺตรธมฺโม เยน อธิคโต โหติ, เตน ปรสทฺธาย คนฺตพฺพตํ หิตฺวา ปจฺจเวกฺขณญาเณน ๓- สยํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก, ตํ สนฺทิฏฺฐิกํ. อตฺตโน ผลํ ทานํ สนฺธาย นาสฺส กาโลติ อกาโล, อกาโลเยว อกาลิโก. โย เอตฺถ อริยมคฺคธมฺโม, โส อตฺตโน สมนนฺตรเมว ผลํ เทตีติ อตฺโถ, ตํ อกาลิกํ. เอหิ ปสฺส อิมํ ธมฺมนฺติ เอวํ ปวตฺตํ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก, ตํ เอหิปสฺสิกํ. อาทิตฺตํ เจลํ วา สีสํ วา อชฺฌุเปกฺขิตฺวาปิ อตฺตโน จิตฺเต อุปนยํ อรหตีติ โอปนยิโก, ๔- ตํ โอปนยิกํ. ๕- สพฺเพหิปิ อุคฺฆติตญฺญูอาทีหิ "ภาวิโต เม มคฺโค, อธิคตํ ผลํ. สจฺฉิกโต นิโรโธ"ติ อตฺตนิ อตฺตนิ เวทิตพฺพนฺติ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพํ วิญฺญูหิ.
[๑๐๙] อถ นํ พาวรี อาห "กินฺนุ ตมฺหา"ติ เทฺว คาถา.
มุหุตฺตมฺปีติ โถกมฺปิ. ขณมฺปีติ น พหุมฺปิ. ลยมฺปีติ มนมฺปิ. ๖- วยมฺปีติ ๗- โกฏฺฐาสมฺปิ. อทฺธมฺปีติ ๘- ทิวสมฺปิ.
[๑๑๑-๑๓] ตโต ปิงฺคิโย ภควโต สนฺติกา อวิปฺปวาสเมว ทีเปนฺโต "นาหํ ตมฺหา"ติอาทิมาห. นาหํ โย เม ฯเปฯ ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนา วาติ ตํ พุทฺธํ มํสจกฺขุนา วิย มนสา ปสฺสามิ. นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตินฺติ นมสฺสมาโนว รตฺตึ อตินาเมมิ.