ตกฺกปฺโปติ เตน กปฺโป, เอวรูโปติ อตฺโถ. ตสฺสทิโส ๒- เตน สทิโส, "ตสฺสทิโก"ติ ๓- วา ปาโฐ. ตปฺปฏิภาโคติ เตน ปฏิภาโค ตปฺปฏิภาโค, เอทิโสติ อตฺโถ. สาธุรสํ อติกฺกนฺตํ โลณํ อติโลณํ. โลณกปฺโปติ โลณสทิโสติ วุจฺจติ. อติติตฺตกนฺติ อติกฺกนฺตํ ติตฺตกํ, ปุจิมนฺทาทิ. ปุจิมนฺทาทิสปฺโป ติตฺตกสทิโสติ วุจฺจติ. อติมธุรนฺติ ขีรปายาสาทิกํ. หิมกปฺโปติ หิโมทกสทิโส. สตฺถุกปฺโปติ สตฺถุนา พุทฺเธน สทิโส. เอวเมวาติ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ.

ตตฺร มยํ เอกสฺส ๑- ปจฺเจกพุทฺธสฺส สงฺเขเปน วิปสฺสนาอาจิกฺขณวิธึ ทสฺเสตฺวาว ๒- คมิสฺสาม. ตตฺถ นามรูปปริคฺคหํ กาตุกาโม ปจฺเจกโพธิสตฺโต รูปารูปอฏฺฐสมาปตฺตีสุ ยํ กิญฺจิ ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย วิตกฺกาทีนิ ฌานงฺคานิ จ ตํสมฺปยุตฺเต จ ผสฺสาทโย ธมฺเม ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐาน- ปทฏฺฐานวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา "สพฺพเมตํ ๓- อารมฺมณาภิมุขํ นมนโต นมนฏฺเฐน นามนฺ"ติ ววตฺถเปติ. ตโต ตสฺส ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต "หทยวตฺถุํ นิสฺสาย ปวตฺตตี"ติ ปสฺสติ. ปุน วตฺถุสฺส ปจฺจยภูตานิ จ อุปาทายรูปานิ จ ปสฺสิตฺวา "อิทํ สพฺพํ รุปฺปนโต รูปนฺ"ติ ปริคฺคณฺหาติ. ปุน ตทุภยํ "นมนลกฺขณํ นามํ, รุปฺปนลกฺขณํ รูปนฺ"ติ เอวํ สงฺเขปโต นามรูปํ ววตฺถเปติ. สมถยานิกวเสเนตํ วุตฺตํ. วิปสฺสนายานิโก ปน จตุธาตุววตฺถานมุเขน ภูตุปาทายรูปานิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา "สพฺพเมตํ ๓- รุปฺปนโต รูปนฺ"ติ ปสฺสติ. ตโต เอวํ ปริจฺฉินฺนรูปสฺส จกฺขฺวาทีนิ นิสฺสาย ปวตฺตมานา อรูปธมฺมา อาปาถมาคจฺฉนฺติ, ตโต สพฺเพปิ เต อรูปธมฺเม นมนลกฺขเณน เอกโต กตฺวา "อิทํ นามนฺ"ติ ปสฺสติ, โส "อิทํ นามํ, อิทํ รูปนฺ"ติ เทฺวธา ววตฺถเปติ. เอวํ ววตฺถเปตฺวา "นามรูปโต อุทฺธํ อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา เทโว วา พฺราหฺมา วา นตฺถี"ติ ปสฺสติ.

ยถา หิ องฺคสมฺภารา โหติ สทฺโท รโถ อิติ

เล่มที่ ๓๐ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส๑๙๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “ขัคควิสาณสุตตนิทเทส”