ตํ ปเนส เจ ๑- สนฺติปทํ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสติ, สพฺพสงฺขารปฺปวตฺติ ๒- วิสฺสชฺเชตฺวา นิพฺพานนินฺนปกฺขนฺนํ โหติ. โน เจ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสติ, ปุนปฺปุนํ "อนิจฺจนฺ"ติ วา "ทุกฺขนฺ"ติ วา "อนตฺตา"ติ วา ติวิธานุปสฺสนาวเสน สงฺขารารมฺมณเมว หุตฺวา ปวตฺตติ. เอวํ ติฏฺฐมานญฺจ เอตํ ติวิธวิโมกฺขมุขภาวํ อาปชฺชิตฺวา ติฏฺฐติ. ติสฺโส หิ อนุปสฺสนา "ตีณิ วิโมกฺขมุขานี"ติ วุจฺจนฺติ เอตฺถ จ ๓- อนิจฺจโต มนสิกโรนฺโต อธิโมกฺขพหุโล อนิมิตฺตวิโมกฺขํ ปฏิลภติ, ทุกฺขโต มนสิกโรนฺโต ปสฺสทฺธิพหุโล อปฺปณิหิตวิโมกฺขํ ปฏิลภติ, อนตฺตโต มนสิกโรนฺโต เวทพหุโล สุญฺญตวิโมกฺขํ ปฏิลภติ.
เอตฺถ จ อนิมิตฺโต วิโมกฺโขติ อนิมิตฺตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต อริยมคฺโค. โส หิ อนิมิตฺตาย ธาตุยา อุปฺปนฺนตฺตา อนิมิตฺโต, กิเลเสหิ จ วิมุตฺตตฺตา วิโมกฺโข. เอเตเนว นเยน อปฺปณิหิตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต อปฺปณิหิโต, สุญฺญตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต สุญฺญโตติ เวทิตพฺโพ.
เอวํ อธิคตสงฺขารุเปกฺขสฺส กุลปุตฺตสฺส วิปสฺสนา สิขาปตฺตา โหติ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาติ เอตเทว. อสฺส ตํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ อาเสวนฺตสฺส ติกฺขตรา สงฺขารุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ. ตสฺส "อิทานิ มคฺโค อุปฺปชฺชิสฺสตี"ติ สงฺขาเร ๔- "อนิจฺจา"ติ วา "ทุกฺขา"ติ วา อนตฺตา"ติ วา สมฺมสิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ, ภวงฺคานนฺตรํ สงฺขารุเปกฺขาย อาคตนเยเนว ๕- อนิจฺจาทิอากาเรน มนสิกริตฺวา อุปฺปชฺชติ มโนทฺวาราวชฺชนํ, ตเถว มนสิกโรโต ปฐมชวนจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยํ ปริกมฺมนฺติ วุจฺจติ, ตทนนฺตรํ ตเถว ทุติยชวนจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยํ อุปจารนฺติ วุจฺจติ, ตทนนฺตรมฺปิ ตเถว อุปฺปชฺชติ ตติยชวนจิตฺตํ. ยํ อนุโลมนฺติ วุจฺจติ, อิทํ เตสํ ปาฏิเยกฺกํ นาม.