[๑๔๒] ทุติเย นิลฺโลลุโปติ อโลลุปฺโป. โย หิ รสตณฺหาภิภูโต โหติ, โส ภุสํ ลุปฺปติ ปุนปฺปุนญฺจ ลุปฺปติ, เตน "โลลุปฺโป"ติ วุจฺจติ. ตสฺมา เอส ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห "นิลฺโลลุโป"ติ. นิกฺกุโหติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ยสฺส ติวิธกุหนวตฺถุ นตฺถิ, โส "นิกฺกุโห"ติ วุจฺจติ, อิมิสฺสา ปน คาถาย มนุญฺญโภชนาทีสุ ๓- วิมฺหยมนาปชฺชนโต นิกฺกุโหติ อยมธิปฺปาโย. นิปฺปิปาโสติ เอตฺถ ปาตุมิจฺฉา ปิปาสา, ตสฺสา อภาเวน นิปฺปิปาโส, สาทุรสโลเภน โภตุกมฺยตาวิรหิโตติ อตฺโถ. นิมฺมกฺโขติ เอตฺถ ปรคุณวินาสนลกฺขโณ มกฺโข, ตสฺส อภาเวน นิมฺมกฺโข. อตฺตโน คหฏฺฐกาเล สูทสฺส, ๔- คุณมกฺขนภาวํ สนฺธาย อาห. นิทฺธนฺตกสาวโมโหติ เอตฺถ ราคาทโย ตโย กายทุจฺจริตาทีนิ จ ตีณีติ ฉ ธมฺมา ยถาสมฺภวํ อปฺปสนฺนฏฺเฐน สกภาวํ วิชหาเปตฺวา ปรภาวํ คณฺหาปนฏฺเฐน กสฏฏฺเฐน จ "กสาวา"ติ เวทิตพฺพา. ยถาห:-
@๔ ม., ก. ปรสฺส
"ตตฺถ กตเม ตโย กสาวา? ราคกสาโว โทสกสาโว โมหกสาโว,