@๔ สุตฺต. อ. ๑/๑๒๓ อเนโล จ อมูโค จ, ปณฺฑิโต พฺยตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. หิตสุขสมฺปาปกํ สุตมสฺส อตฺถีติ สุตวา, อาคมสมฺปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ. สตีมาติ จิรกตาทีนํ อนุสฺสริตา. สงฺขาตธมฺโมติ ธมฺมูปปริกฺขาย ปริญฺญาตธมฺโม. นิยโตติ อริยมคฺเคน นิยามปฺปตฺโต. ปธานวาติ สมฺมปฺปธานวีริยสมฺปนฺโน. อุปฺปฏิปาฏิยา เอส ปาโฐ โยเชตพฺโพ. เอวเมเตหิ อปฺปมาทาทีหิ สมนฺนาคโต นิยามสมฺปาปเกน ปธาเนน ปธานวา, เตน ปธาเนน ปตฺตนิยามตฺตา นิยโต, ตโต อรหตฺตปฺปตฺติยา สงฺขาตธมฺโม. อรหา หิ ปุน สงฺขาตพฺพาภาวโต "สงฺขาตธมฺโม"ติ วุจฺจติ. ยถาห "เย จ สงฺขาตธมฺมาเส, เย จ เสกฺขา ปุถู อิธา"ติ. ๑- เสสํ วุตฺตนยเมว. ๒-

ฉฏฺฐํ.

[๑๕๗] สตฺตเม สีโหติ จตฺตาโร สีหา ติณสีโห ปณฺฑุสีโห ๓- กาฬสีโห เกสรสีโหติ. เตสํ เกสรสีโห อคฺคมกฺขายติ, เอโส อิธ อธิปฺเปโต. วาโต ปุรตฺถิมาทิวเสน อเนกวิโธ. ปทุมํ รตฺตเสตาทิวเสน. เตสุ โย โกจิ วาโต ยํ กิญฺจิ ปทุมํ วฏฺฏติเยว. ตตฺถ ยสฺมา สนฺตาโส อตฺตสิเนเหน โหติ, อตฺตเสฺนโห จ ตณฺหาเลโป, โสปิ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺเตน วา ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺเตน วา โลเภน โหติ, โสปิ จ ตณฺหาเยว. สชฺชนํ ปน ตตฺถ อุปปริกฺขาวิรหิตสฺส โมเหน โหติ, โมโห จ อวิชฺชา. ตตฺถ สมเถน ตณฺหาย ปหานํ โหติ, วิปสฺสนาย อวิชฺชาย, ตสฺมา สมเถน อตฺตสิเนหํ ปหาย สีโห วิย สทฺเทสุ อนิจฺจทุกฺขาทีสุ อสนฺตสนฺโต, วิปสฺสนาย โมหํ ปหาย วาโตว ชาลมฺหิ ขนฺธายตนาทีสุ อสชฺชมาโน, สมเถเนว โลภํ, โลภสมฺปยุตฺตํ เอว ๔- ทิฏฺฐิญฺจ ปหาย, ปทุมํว โตเยน สพฺพภวโภคโลเภน อลิมฺปมาโน.

เอตฺถ จ สมถสฺส สีลํ ปทฏฺฐานํ, สมโถ สมาธิ, วิปสฺสนา ปญฺญาติ เอวํ เตสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ สิทฺเธสุ ตโยปิ ขนฺธา สิทฺธา โหนฺติ. ตตฺถ สีลกฺขนฺเธน สูรโต โหติ, โส สีโหว สทฺเทสุ อาฆาตวตฺถูสุ อกุชฺฌิตุกามตาย ๕-

เล่มที่ ๓๐ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส๒๗๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “ขัคควิสาณสุตตนิทเทส”