[๕๓๖] คำว่า ทูลเชื้อเชิญถามแล้วๆ ทรงพยากรณ์แล้วซึ่งปัญหา ความว่า ทูลเชื้อเชิญ อาราธนาแล้ว. คำว่า ถามแล้วๆ ความว่า ถามแล้วๆ คือ ทูลอาราธนาแล้ว เชื้อเชิญให้ ทรงประสาทแล้ว. คำว่า ทรงพยากรณ์แล้วซึ่งปัญหา ความว่า ทรงพยากรณ์แล้ว คือ ตรัสบอก ... ทรงประกาศแล้วซึ่งปัญหา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ทูลเชื้อเชิญถามแล้วๆ ทรงพยากรณ์แล้ว ซึ่งปัญหา.
[๕๓๗] ถ้าแม้บุคคลรู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรม แห่งปัญหาหนึ่งๆ พึงปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรมไซร้ พึงถึงฝั่งแห่งชราและมรณะ. เพราะว่าธรรมเหล่านี้เป็นที่ตั้งแห่งการให้ถึงฝั่ง. เพราะเหตุนั้น คำว่า ปารายนะนั้นแล เป็นชื่อของธรรมปริยายนี้.
[๕๓๘] คำว่า ถ้าแม้ ... แห่งปัญหาหนึ่งๆ ความว่า ถ้าแม้แห่งอชิตปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งติสสเมตเตยยปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งปุณณกปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งเมตตคูปัญหา หนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งโธตกปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งอุปสีวปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งนันทปัญหา หนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งเหมกปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งโตเทยยปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งกัปปปัญหา หนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งชตุกัณณีปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งภัทราวุธปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งอุทย ปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งโปสาลปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่งโมฆราชปัญหาหนึ่งๆ ถ้าแม้แห่ง ปิงคิยปัญหาหนึ่งๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ถ้าแม้แห่งปัญหาหนึ่งๆ.
[๕๓๙] คำว่า รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรม ความว่า รู้ทั่วถึง คือ ทราบ เทียบเคียง พิจารณา เจริญแล้ว ทำให้แจ่มแจ้งแล้วซึ่งอรรถว่า ปัญหานั้นนั่นแหละเป็นธรรม ข้อวิสัชนา เป็นอรรถ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า รู้ทั่วถึงอรรถ คำว่า รู้ทั่วถึงธรรม ความว่า รู้ทั่วถึง คือ ทราบ ... ทำให้แจ่มแจ้งซึ่งธรรม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า รู้ทั่วถึงธรรม.