[๗๒๖] คำว่า กามนี้เป็นเสนียด เป็นดังฝี เป็นอุบาทว์ เป็นโรค เป็นลูกศร เป็นภัย. บุคคลเห็นภัยนี้ ในกามคุณทั้งหลายแล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น.
[๗๒๗] พึงทราบในวินิจฉัย ในอุเทศว่า กามทั้งหลายเป็นเสนียด เป็นดังฝี เป็น อุบาทว์ เป็นโรค เป็นลูกศร เป็นภัย ดังต่อไปนี้ สมจริงตามพระพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า เป็นภัย เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังฝี เป็นความข้อง เป็นสัตว์ เป็นเปือกตม เป็นครรภ์ ล้วนแล้ว เป็นชื่อของกาม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุใด คำว่า เป็นภัย จึงเป็นชื่อของกาม? ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้กำหนัดด้วยกามราคะ อันฉันทราคะผูกพัน ย่อมไม่พ้นไปจากภัยแม้อันมี ในปัจจุบัน ย่อมไม่พ้นไปจากภัยแม้อันมีในสัมปรายภพ เพราะเหตุนั้น คำว่า เป็นภัย นี้ จึง เป็นชื่อของกาม. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุใด คำว่า เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังฝี เป็น ความข้อง เป็นสัตว์ เป็นเปือกตม เป็นครรภ์ จึงชื่อของกาม? ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ กำหนัดด้วยกามราคะ อันฉันทราคะผูกพัน ย่อมไม่พ้นไปจากครรภ์แม้อันมีในปัจจุบัน ย่อมไม่ พ้นไปจากครรภ์แม้อันมีในสัมปรายภพ เพราะเหตุนั้น คำว่า เป็นครรภ์ นี้ จึงเป็นชื่อของกาม. สัตว์ที่เป็นปุถุชนหยั่งลงแล้วด้วยราคะอันน่ายินดี ย่อมเข้าถึง ความเป็นสัตว์เกิดในครรภ์ เพราะกามเหล่าใด กามเหล่านั้น บัณฑิตกล่าวว่า เป็นภัย เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังฝี เป็นความข้อง เป็นสัตว์ เป็นเปือกตม และเป็นครรภ์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใด ภิกษุไม่ละฌาน เมื่อนั้น ภิกษุนั้นล่วงกามอันเป็นดังทางมีเปือกตม ข้ามได้ยาก ย่อม เห็นหมู่สัตว์ผู้เป็นอย่างนั้น เข้าถึงชาติและชรา ดิ้นรนอยู่. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า คำว่า กามนี้ เป็นเสนียด เป็นดังฝี เป็นอุบาทว์ เป็นโรค เป็นลูกศร เป็นภัย.
[๗๒๘] คำว่า เห็นภัยนี้ในกามคุณทั้งหลายแล้ว ความว่า เห็นเทียบเคียง พิจารณา ให้แจ่มแจ้ง ทำให้ปรากฏแล้ว ซึ่งภัยนี้ในกามคุณทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เห็นภัยนี้ในกามคุณทั้งหลายแล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น พระปัจเจก สัมพุทธเจ้านั้นจึงกล่าวว่า คำว่ากามนี้ เป็นเสนียด เป็นดังฝี เป็นอุบาทว์ เป็นโรค เป็นลูกศร เป็นภัย. บุคคลเห็นภัยนี้ ในกามคุณทั้งหลายแล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น.